คำแนะนำการใช้งาน
ขยายขนาดตัวอักษร
เพิ่มระยะห่างตัวอักษร
เพิ่มขนาดลูกศรชี้
ตำแหน่ง
เส้นช่วยในการอ่าน
เน้นการเชื่อมโยง
ปรับชุดสี
เปิดการใช้งาน
ปิดการใช้งาน
คำแนะนำการใช้งาน
เริ่มต้นใช้งาน
Text Size

การขยายขนาดตัวอักษร

สามารถเลือกปรับขนาดตัวอักษรได้ 3 ระดับ คือ 20% 30% และ 40% จากขนาดมาตรฐาน

Text Spacing

การเพิ่มระยะห่างตัวอักษร

การปรับระยะห่างของตัวอักษร และช่องว่างระหว่างบรรทัด สามารถปรับได้ 3 ระดับ เพื่อให้อ่านข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

Large Cursor

การเพิ่มขนาดลูกศรชี้ตำแหน่ง

ขยายขนาดของลูกศรชี้ตำแหน่ง (Cursor) ให้ใหญ่ขึ้นถึง 400%


Reading Guide

เส้นช่วยในการอ่าน

จะมีเส้นปรากฏขึ้น พร้อมกับการเลื่อนลูกศรชี้ตำแหน่ง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถโฟกัสข้อความที่ต้องการอ่านได้สะดวกขึ้น

Highlight Links

เน้นการเชื่อมโยง

ช่วยเน้นและแยกส่วนของลิงค์หรือปุ่มต่างๆ ออกจาก เนื้อหาภายในเว็บไซต์ เพื่อให้สามารถมองเห็นปุ่มได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Change Color

เลือกปรับชุดสี

สามารถเลือกปรับชุดสีของเว็บไซต์ได้ 4 แบบตัวอักษรและปุ่มต่างๆ มีสีเข้มคมชัด มองเห็นได้ชัดเจน

เว็บบอร์ด

  1. หน้าแรก
  2.    >   มิวเซียมไทยแลนด์
  3.    >   เว็บบอร์ด
  4.    >   เรื่องเล่าข้างหลังภาพ : "วินเซนต์ แวนโก๊ะ" [Vincent van Gogh]

เรื่องเล่าข้างหลังภาพ : "วินเซนต์ แวนโก๊ะ" [Vincent van Gogh]

27 มีนาคม 2562

ชื่นชอบ 2

2,402 ผู้เข้าชม

2

แบ่งปัน
หลายๆคนอาจจะเห็นภาพวาด  “The Starry Night” ของแวนโก๊ะกันกันอยู่บ่อยๆ หลังๆภาพนี้ถูกนำมาโปรโมทกันอย่างแพร่หลาย
(ภาพ  The Starry Night  https://artsandculture.google.com/asset/the-starry-night/bgEuwDxel93-Pg?hl=th)

แต่จริงๆแล้วภาพที่ฮือฮาที่สุดของแวนโก๊ะ คือ ภาพ "15 Sunflowers in a Vase" หรือดอกทานตะวัน 15 ดอกในแจกัน ของ แวนโก๊ะ (เป็นภาพทานตะวันชุดที่สองในลำดับที่ 5)  ถูกประมูลขายไปในราคา 39.9 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ในวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2530 (ค.ศ. 1987)
(ภาพ  15 Sunflowers in a Vase :  https://en.wikipedia.org/wiki/Sunflowers_(Van_Gogh_series)#/media/File:Vincent_Willem_van_Gogh_127.jpg)
นับว่าภาพดอกทานตะวันของ "วินเซนต์ แวนโก๊ะ" ถูกประมูลชาวจากญี่ปุ่น  ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะซัมโป เจแปน ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น 
ผลงานชุดภาพเขียนดอกทานตะวัน หรือ Sunflower คือชื่อของชุดภาพสีน้ำมัน 2 ชุดที่แวนโก๊ะวาดขึ้นในช่วงที่สำคัญของชิวิต จนทำให้้ดอกทานตะวันกลายเป็นผลงานลายเซ็นของแวนโก๊ะ 
ภาพทานตะวันชุดแรก อยู่ในช่วงปี 1886-1888 ที่กรุงปารีส  ประเทศฝรั่งเศส เป็นภาพดอกทานตะวันที่อยู่รวมกับดอกไม้อื่นในกระถาง และดอกทานตะวันที่วางบนพื้น
ภาพดอกทานตะวันแรกของเขา ชื่อว่า "Roses and Sunflowers" ซึ่งถูกวาดในปี 1886 เป็นภาพดอกทานตะวันที่อยู่รวมกับดอกไม้อื่นในกระถาง ต่อมาในปี 1887 เขาเริ่มเน้นการวาดรูปดอกทานตะวันแบบที่ไม่อยู่รวมกับดอกไม้อื่น จะเป็นดอกทานตะวันที่ตัดช่อแล้ว และวางอยู่บนพื้น ภาพชุดนี้ได้ถูกวาดไว้ 4 ภาพ
โดยภาพแรกเป็นภาพต้นแบบเล็กๆที่มีรายละเอียดพร้อมนำไปรวมเป็นภาพที่ใหญ่กว่าเดิม อีก 2 ภาพถัดมา เป็นภาพที่แวนโก๊ะวาดขึ้นเพื่อเอาไว้เลือกว่าจะเลือกใช้ภาพไหน แต่สุดท้ายเขาวาดทั้ง 4 ดอกรวมกัน  เลยกลายเป็นภาพสุดท้ายที่มีดอกทานตะวัน 4 ดอก และตั้งชื่อเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า "Tournesols"

ภาพทานตะวันชุดที่สอง
อยู่ในช่วงปี 1888-1889 ที่เมืองอาร์ล ประเทศฝรั่งเศส เป็นดอกทานตะวันที่มีทั้งดอกตูม ดอกบาน และดอกเหี่ยวเฉาอยู่รวมกันในแจกัน ภาพชุดนี้มี 7 ภาพ โดยในจะมี 4 ภาพเป็นภาพต้นฉบับที่วาดในปี 1888  ส่วนอีก 3 ภาพเป็นภาพที่แวนโก๊ะวาดเลียนผลงานชุดแรก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือภาพลำดับที่ 5 ที่มีมูลค่าสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ภาพนี้เป็นภาพโด่งดังที่มากที่สุด เพราะในปี 1987 ผู้ประมูลจากญี่ปุ่น ได้ประมูลภาพนี้ไปในราคาถึง 39.9 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ
ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะซัมโป เจแปน ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และมีมูลค่าสูงมากกว่าถึง 77 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ
"วินเซนต์ แวนโก๊ะ" (Vincent Willem van Gogh) เกิดที่เมืองซึนเดิร์ธ เนเธอแลนด์ในครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง เมื่อปี 1853  และย้ายมาปารีสในปี 1886 เนื่องจากเป็นคนพูดไม่เก่งและอารมณ์แปรปรวนง่าย จึงประกอบอาชีพไม่ราบรื่นนัก ภายหลังแวนโก๊ะจึงได้หันมาวาดรูปขายแทน
        เมื่อแวนโก๊ะได้ย้ายมาพักที่ Arles ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส เขาได้เจอกับแดดและสีสรรมากมายรอบ ๆ ตัวอันน่าตื่นเต้นแต่กลับโดดเดี่ยว เขาได้จัดแต่งบ้านเช่าเป็นสีเหลือง       
 แวนโก๊ะได้ลงมือวาดรูปชุด "ดอกทานตะวัน" จำนวน 4 ภาพ เพื่อใช้ในการตบแต่งห้องพักของโกแกง ดอกทานตะวันในแจกันช่างน่าหลงไหล ทั้งรูปร่าง - วงจรชีวิตที่งดงามตั้งแต่ ผลิบาน ถึง เหี่ยวเฉา เขาพยามยามทำให้มันมีคุณค่ามากขึ้นด้วยสีเหลืองแข้มและฉากหลังสีเหลือง ซึ่งมีความหมายสื่อไปในทางความหวังและมิตรภาพ อีกทั้งในงานเขียนของชาวดัช ทานตะวันจะสื่อถึงสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์และศรัทธา ซึ่งเป็นการคาดหวังถึงมิตรภาพที่กำลังมาจะถึงในไม่ช้า โดยนำสีเข้มและสว่างสดใสเข้ามาใช้ เลยทำให้แวนโก๊ะเป็นศิลปินสายอิมเพรสชันนิสต์ (IMPRESSIONISM) ผู้มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อศิลปะสมัยใหม่ในยุคต่อมา (Modern Art)  ด้วยสไตล์การวาดภาพที่ไม่เน้นความสมจริง มักใช้สีสันฉูดฉาด ทั้งยังมีรอยแปรงหยาบ ๆ ไปทั่วทั้งภาพ แต่ผลงานของเขากลับถ่ายทอดอารมณ์และเน้นความรู้สึกอันรุนแรงได้เป็นอย่างดี

ชีวิตการเป็นศิลปินของเเวนโก๊ะไม่เคยประสบความสำเร็จ กล่าวกันว่าตลอดชีวิตของแวนโก๊ะนั้น เขาขายงานออกเพียงชิ้นเดียวคือภาพ "The Red Vineyard" ในราคาประมาณ 350 ฟรังก์  ปัจจุบันภาพนี้อยู่ที่พิพิธภัณฑ์มุชชิน เมืองมอสโกว ประเทศรัสเซีย
แม้ว่าลำบากแต่เขาได้รับการสนับสนุนจาก ‘เตโอ’  น้องชายของเขาที่มีอาชีพขายงานศิลปะมาโดยตลอด เเวนโก๊ะได้สร้างผลงานศิลปะมากกว่า 2,100 ชิ้น ในจำนวนนี้เป็นภาพวาดสีน้ำมัน 860 ชิ้น ส่วนที่เหลือเป็นภาพสีน้ำ ภาพสเก็ตช์ และภาพพิมพ์ โดยเกือบทั้งหมดถูกวาดขึ้นในช่วง 2 ปีสุดท้ายในช่วงชีวิตของเขา และในวัย 37 ปี ด้วยความเครียดและอาการทางจิตของแวนโก๊ะ เขาจึงตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยปืนในบ้านพักที่เมืองโอแวร์ซูวร์รวซ ประเทศฝรั่งเศส ในปี 1890


พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะเปิดเมื่อปี 1973อยู่ที่ Museumplein ซึ่งเป็นศูนย์รวมศิลปะที่อยู่ตอนใต้ของใจกลางเมือง 
จัดแสดงภาพวาด ภาพระบายสี และภาพพิมพ์ซึ่งขอยืมมาจาก Van Gogh Trust ในปี 2013 ได้มีการเพิ่มโถงทางเข้ากระจกแนวร่วมสมัยเข้าไป ไฮไลต์เด่นของคอลเล็กชันแวนโก๊ะที่ตั้งแสดงถาวร ได้แก่ Self Portrait with Felt Hat ซึ่งเป็นงานในช่วงแรกๆ ของเขา และ The Potato Eaters
การเข้าชมนิทรรศการหมุนเวียนมักจะรวมอยู่ในค่าผ่านประตูทั่วไป พิพิธภัณฑ์นี้เปิดให้ชมทุกวัน ที่นี่ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ แต่เราสามารถซื้อโปสการ์ดและโปสเตอร์งานในคอลเล็กชัน รวมถึงสินค้าอื่นๆ ที่เกี่ยวกับแวนโก๊ะกลับบ้านได้

    

วันที่สร้าง : 17 กรกฎาคม 2562

2

แบ่งปัน
สร้างโดย