คำแนะนำการใช้งาน
ขยายขนาดตัวอักษร
เพิ่มระยะห่างตัวอักษร
เพิ่มขนาดลูกศรชี้
ตำแหน่ง
เส้นช่วยในการอ่าน
เน้นการเชื่อมโยง
ปรับชุดสี
เปิดการใช้งาน
ปิดการใช้งาน
คำแนะนำการใช้งาน
เริ่มต้นใช้งาน
Text Size

การขยายขนาดตัวอักษร

สามารถเลือกปรับขนาดตัวอักษรได้ 3 ระดับ คือ 20% 30% และ 40% จากขนาดมาตรฐาน

Text Spacing

การเพิ่มระยะห่างตัวอักษร

การปรับระยะห่างของตัวอักษร และช่องว่างระหว่างบรรทัด สามารถปรับได้ 3 ระดับ เพื่อให้อ่านข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

Large Cursor

การเพิ่มขนาดลูกศรชี้ตำแหน่ง

ขยายขนาดของลูกศรชี้ตำแหน่ง (Cursor) ให้ใหญ่ขึ้นถึง 400%


Reading Guide

เส้นช่วยในการอ่าน

จะมีเส้นปรากฏขึ้น พร้อมกับการเลื่อนลูกศรชี้ตำแหน่ง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถโฟกัสข้อความที่ต้องการอ่านได้สะดวกขึ้น

Highlight Links

เน้นการเชื่อมโยง

ช่วยเน้นและแยกส่วนของลิงค์หรือปุ่มต่างๆ ออกจาก เนื้อหาภายในเว็บไซต์ เพื่อให้สามารถมองเห็นปุ่มได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Change Color

เลือกปรับชุดสี

สามารถเลือกปรับชุดสีของเว็บไซต์ได้ 4 แบบตัวอักษรและปุ่มต่างๆ มีสีเข้มคมชัด มองเห็นได้ชัดเจน

เว็บบอร์ด

  1. หน้าแรก
  2.    >   มิวเซียมไทยแลนด์
  3.    >   เว็บบอร์ด
  4.    >   พระรามลงสรง มาจากไหน?

พระรามลงสรง มาจากไหน?

07 สิงหาคม 2560

ชื่นชอบ 7

2,388 ผู้เข้าชม

5

แบ่งปัน
รู้จักอาหารที่เรียกว่า พระรามลงสรง กันไหมครับ? 

อธิบายง่ายๆ ก็คือ ข้าวที่มี หมู (และเนื้อสัตว์ หรือเครื่องในต่างๆ) ต้ม พร้อมกับผักบุ้งลวก (และผักอื่นๆ แล้วแต่สูตรการปรุงของแต่ละร้านเช่นเดียวกับ เนื้อสัตว์) วางอยู่บนข้าวสวนร้อนๆ เส้นหมี่ หรือจะแยกเป็นกับข้าวเปล่าๆ ก็ได้ ที่สำคัญคือต้องมี น้ำสะเต๊ะ ราดอยู่บนเนื้อกับผักบุ้งอีกทีหนึ่ง แกล้มด้วยน้ำพริกเผา (และบางทีก็มีน้ำส้มสายชู แล้วแต่สูตร)

หมูต้มกับผักบุ้งราดน้ำสะเต๊ะเกี่ยวอะไรกับพระรามลงสรง?

เล่ากันว่า คำว่า “พระรามลงสรง” มาจากการประดิษฐ์ประดอยคำจากการที่ ผักบุ้งมี “สีเขียว” เหมือน “พระราม” พออยู่ในน้ำสะเต๊ะ เลยเรียกพระรามลงสรง 

ส่วนเรื่องเล่าที่ว่าจะจริงหรือเปล่า? คงไม่มีใครตอบได้ แต่ก็แสดงให้เห็นได้ว่า ชื่อนี้เป็นชื่อตั้งขึ้นมาใหม่ เพราะเป็นการตั้งชื่อไทย ให้กับอาหารที่เชื่อกันว่าเป็นอาหารจีน “ซาแต้ปึ่ง”

น่าแปลกใจไหมครับ? รูปร่างหน้าตาของเจ้าพระรามลงสรงนี่มันอาหารแขกชัดๆ เพราะมีส่วนประกอบสำคัญคือ น้ำสะเต๊ะ ที่ใช้ราด (แม้ว่าจะมีร่องรอยหลายอย่าง อย่างเช่น ผักบุ้ง ที่ชวนให้นึกถึงอาหารจีนก็เถอะ) 

คำว่า “ซาแต้ปึ่ง” เป็นคำแต้จิ๋ว โดยคำว่า “ซา” แปลตรงตัวว่า “สาม” คำว่า “แต้” แปลว่า “ชา” (หมายถึง น้ำชา) ส่วนคำว่า “ปึ่ง” แปลว่า “ข้าว” 

สามคำรวมกันแปลว่า “ข้าวชาสามชนิด” จึงไม่มีความหมายใดๆเลย คำๆ นี้จึงควรจะเป็นคำที่ชาวจีนแต้จิ๋วใช้แทนเสียงในภาษาอื่นมากกว่า 

มีการกล่าวอ้างเอาไว้เช่นกันว่า ร้านที่เอา ซาแต้ปึ่ง มาขายเป็นร้านแรกในกรุงเทพ เป็นร้านหมูสะเต๊ะที่ชื่อ จึงอังลัก ที่เปิดขายครั้งแรกเมื่อประมาณ 100 ปีมาแล้ว สาขาแรกเลยก็คือที่บริเวณโรงหนังสิงคโปร์ (ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น โรงหนังเฉลิมบุรี แล้วก็มีลอดช่องขายอยู่แถวๆ นั้น จนเป็นที่มาของคำว่า ลอดช่องสิงคโปร์นั่นแหละ)

จึงไม่น่าแปลกใจอะไรเลยถ้า คำว่า “ซาแต้” จะเป็นมาจากคำว่า “สะเต๊ะ” คำว่า “ซาแต้ปึ่ง” จึงน่าจะหมายถึง “ข้าวที่ราดน้ำสะเต๊ะ” นั่นเอง

แต่ทำไมถึงมีการอ้างกันอยู่บ่อยๆ ว่า พระรามลงสรง เป็นอาหารจีนมาก่อน ทั้งๆ ที่สะเต๊ะนี่มันไม่จีนเลยสักนิด? 
คำว่า “สะเต๊ะ” ตรงกับคำว่า “satay” ในภาษามาตรฐานของทั้ง มาเลเซีย (Bahasa Maleyu) และอินโดนีเซีย (Bahasa Indonesia)  (ในภาษาถิ่นของเกาะชวาก็มี คำว่า sate กะ satai ซึ่งก็คือ สะเต๊ะ เหมือนกัน) หมายถึง เนื้อย่าง (ส่วนจะเนื้ออะไรอีกเรื่องหนึ่ง) นั่นเอง แต่ไม่ได้หมายถึง ตัวน้ำจิ้ม หรือน้ำสะเต๊ะ  

เรื่องมันก็ดูจะเข้าใจได้ง่ายๆ อย่างนี้แหละนะครับ ถ้าไม่มีคนลุกขึ้นมาเสนอว่า คำว่า satay ที่ใช้รวมๆ กันในภาษาตระกูลมลายู เป็นคำที่เอามาจากภาษาถิ่นฮกเกี้ยนถิ่นหนึ่ง คือแถบบริเวณที่เรียกว่า มินหนาน ทางใต้ของมณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งมีคำว่า “sa tae bak” ต่างหาก

คำๆ นี้พวกจีนฮกเกี้ยนถิ่นดังกล่าวแปลว่า “เนื้อสามชิ้น” คราวนี้เลยเกิดวิวาทะความรักชาติ เพราะพวกมลายู ไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ หรือแม้กระทั่ง บรูไน ต่างก็อดที่จะเถียงคนที่เสนอกลับไปไม่ได้ เพราะต่างก็รู้สึกว่า สะเต๊ะ เป็นของท้องถิ่นของคนมลายู (นึกดูแล้ว ก็คล้ายกับ หลายๆ กรณีในไทยเราเหมือนกัน เช่น เรื่องโขนว่าเป็นของไทย หรือกัมพูชามาก่อนเหมือนกัน) 

ปัญหาคือ ข้ออ้างที่คนกลุ่มนี้ใช้คัดง้างกับฝ่ายที่บอกว่าเป็นภาษาถิ่นภาษาหนึ่ง ในภาษาจีนฮกเกี้ยน ก็คือ  สะเต๊ะ ตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้วจะต้องมีไม้ละ 4 ชิ้น ไม่ใช่ 3 ชิ้น ซึ่งก็ดูจะไม่ใช่ประเด็นหลัก ที่มีพลังมากพอจะให้ใครต่อใครคล้อยตามได้ง่ายนัก

และถึงแม้ว่า ข้าวพระรามลงสรงก็ไม่ใช่ หมูย่าง (หรือเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆย่าง) ซึ่งดูจะไม่ตรงกับความหมายของคำว่า “satay” ในภาษาตระกูลมลายูนัก แต่คำว่า “ซาแต้” ในภาษาจีนแต้จิ๋ว ก็ดูจะหมายถึง “น้ำสะเต๊ะ” ได้ด้วย ไม่ใช่แค่ตัวเนื้อหมู พูดง่ายๆ ว่าเป็นเรื่องของลักษณะการปรุงเป็นการเฉพาะของอาหาร มากกว่าจะเป็นการย่างหมูเฉยๆ แค่นั้น ดังนั้นคำว่า “ซาแต้” จึงไม่ควรมาจากคำว่า “sa tae bak” ในภาษาจีนฮกเกี้ยนถิ่นดังกล่าว เช่นเดียวกัน

และมันก็ไม่เป็นเรื่องแปลกประหลาดอะไรเลย ที่คนจีนแต้จิ๋วจะใช้คำว่า “ซาแต้” หรือ “สะเต๊ะ” โดยหมายถึงคำว่า “น้ำสะเต๊ะ” เพราะในภาษาแต้จิ๋วก็มีคำว่า “เอี่ยง” ที่แปลว่า “ปิ้ง” หรือ “ย่าง” อยู่แล้ว ตัวอย่างเช่น หมูย่าง ภาษาแต้จิ๋วจะออกเสียงว่า “ตือบ๊ะเอี่ยง” (ตือบ๊ะ แปลว่า เนื้อหมู)

ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะทับศัพท์คำว่า “สะเต๊ะ” ลงไปแทนคำที่มีไว้สำหรับใช้งานอยู่แล้ว  สำหรับชาวแต้จิ๋ว คำว่า สะเต๊ะ จึงควรถูกใช้งานในความหมายถึงการปิ้งย่าง ที่มีลักษณะพิเศษออกไปจากสูตรปิ้งย่างโดยปกติของชาวแต้จิ๋ว ในกรณีนี้ผมคิดว่าคงหมายถึง “น้ำจิ้ม” นั่นเอง

(ลองเปรียบเทียบตัวอย่างง่ายๆดูกับภาษาไทย เรามีคำว่า หมูปิ้ง เนื้อย่าง และอีกสารพัดปิ้งย่าง จึงไม่ต้องใช้คำว่า สะเต๊ะ และเราจะให้คำว่า สะเต๊ะ ก็ต่อเมื่อสิ่งปิ้งย่างนั้นมีลักษณะการใช้เครื่องเทศเฉพาะ ที่ต่างไปจากหมูย่าง หรือเนื้อปิ้งของไทย ซึ่งทั้งหมดนั้นต่างก็มีน้ำจิ้มแบบที่เราเรียกว่า น้ำสะเต๊ะ เป็นเครื่องหมายการค้าสำคัญ)     

ก็อย่างที่บอกไปแล้วนะครับว่า รูปร่างหน้าตาของ น้ำสะเต๊ะ ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ไม่พ้นกลิ่นไอของความเป็นอิสลาม จึงเป็นไปได้สูงว่าจะมาจากพวกมลายู มากกว่าที่จะเป็นของพวกจีนฮกเกี้ยนบางถิ่นมาแต่เดิม

และถึงแม้ว่าทางใต้ของจีนจะมีมุสลิมเข้ามาอยู่ แถมยังมีอิทธิพลการทำอาหารแบบจีนมุสลิมเข้ามาในดินแดนอุษาคเนย์ จนเกิดอาหารอย่าง ข้าวซอย ขึ้นมาเป็นบุญปากของพวกเรากันก็เถอะ แต่เมื่อพิจารณาจากความหนาแน่นแล้ว สะเต๊ะ เป็นคำที่ใช้กันทั้งมลายูคาบสมุทร และหมู่เกาะต่างๆ 

การที่พวกจีนพลัดถิ่นที่เข้าไปอาศัยในคาบสมุทรมลายู และหมู่เกาะปริมณฑลต่างๆ จะเอามาปรับปรุงเป็นสไตล์ตัวเอง แล้วค่อยเอามาเผยแพร่ที่กรุงเทพ ก็ไม่เห็นจะเป็นเรื่องแปลกอะไรเลยไม่ใช่หรือครับ?

พระรามลงสรง จึงเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการปรับเปลี่ยนความหมายของคำจาก “สะเต๊ะ” ที่แปลว่า “เนื้อย่าง” ในภาษามลายู มาเป็น “ซาแต้” มาเป็นเนื้อย่างที่มีกรรมวิธีการทำเป็นการเฉพาะ และ “น้ำจิ้ม” ในภาษาแต้จิ๋ว และ “สะเต๊ะ” ในภาษาไทย ตามความหมายเดียวกันกับจีนแต้จิ๋ว จนกระทั่งถูกประดิษฐ์ประดอยคำจนสวยหรูในชื่อของ พระรามลงสรงนั่นเอง

ที่มาภาพประกอบ: https://www.wongnai.com

วันที่สร้าง : 29 สิงหาคม 2560

5

แบ่งปัน
สร้างโดย
ป้าย
กระทู้ยอดนิยม