เว็บบอร์ด

  1. หน้าแรก
  2.    >   มิวเซียมไทยแลนด์
  3.    >   เว็บบอร์ด
  4.    >   พยานวัตถุในเรื่องเล่าของปามุก

พยานวัตถุในเรื่องเล่าของปามุก

29 มิถุนายน 2560

ชื่นชอบ 11

1,402 ผู้เข้าชม

10

แบ่งปัน
ดูเหมือนพิพิธภัณฑ์แห่งความไร้เดียงสาเป็นเรื่องรัก แต่ Orhan Pamuk ไม่ได้เขียนเรื่องรักเพียงอย่างเดียว สิ่งที่ปามุกบรรจงเก็บไว้ในนวนิยายหนาหกร้อยกว่าหน้าคือเมืองอิสตันบลู(ในปี 1975 ถึง 1980) ปามุกค่อยๆ บรรยายผ่านสายตาของเคมาล ตัวละครหลักผู้เล่าเรื่องนี้ และเหมือนกับนิยายเรื่องอื่นของปามุก เขามักพูดถึงการปะทะกันระหว่างวัฒนธรรมตะวันตกกับวัฒนธรรมมุสลิม 


ในพิพิธภัณฑ์แห่งความไร้เดียงสา เขาเลือกที่จะพูดผ่านการรักษาพรหมจรรย์ของหญิงสาวก่อนแต่งงาน และวงการภาพยนตร์ตุรกี 


ฟูซุนพบเคมาลขณะเธออายุ 18  ทั้งสองตกหลุมรักกัน และแม้ว่าเคมาลกำลังจะหมั้นกับคนรัก เขาก็ยังมีอะไรกับเธอ(พรากพรหมจารีก่อนแต่งงาน) เรื่องแสนปกติ-หากเกิดในปีนี้ หรือหากเกิดในประเทศอื่น เคมาลอาจจะหมั้น แต่งงานอยู่กินกับภรรยาอย่างมีความสุข โดยมีฟูซุนเป็นผู้หญิงอีกคน หรือเคมาลอาจตัดสินใจเลือกฟูซุนแทนที่จะเป็นคู่หมั้น(ควรเป็นอย่างนั้น ในเมื่อเขาหลงใหลฟูซุนหัวปักหัวปำ)


แต่เคมาลเป็นชาวตุรกีในปี 1975 พรหมจรรย์ถือเป็นปัจจัยสำคัญในความรัก(อันถูกต้องตามประเพณีนิยม) เขาจึงใช้วิธีไม่เลือก ปล่อยให้เรื่องดำเนินไป ให้งานหมั้นเกิดขึ้น โดยโกหกฟูซุนว่าไม่เคยมีอะไรกับคู่หมั้น ขณะเดียวกันเขาต้องปกปิดฟูซุนจากคู่หมั้นด้วย


ฟูซุนจับโกหกได้ หลังงานหมั้นเธอจึงหนีไปแต่งงานกับหนุ่มข้างบ้าน ส่วนสิเบล-เธอไม่อาจรับมือกับคนรักผู้ทุกข์ทรมานจากการสูญเสียหญิง(อื่น) เธอจากไปเช่นกัน ผลลัพธ์ของการไม่เลือกก็คือ-เคมาลไม่เหลือใคร


เรื่องราว 4 ใน 6 ส่วนของนวนิยายคือการรอคอยอันทรมานและแสนหวานของเคมาลเพื่อจะได้ครอบครองฟูซุนอีกครั้ง(ฉันอดคิดไม่ได้จริงๆ ที่เขามีน้ำอดน้ำทนถึงเพียงนี้ ก็เพราะเขายังไม่ได้ครอบครองนั่นเอง)


นับเวลาราว 8-9 ปี เคมาลไปบ้านฟูซุนเกือบทุกวัน เพื่อกินอาหาร นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ดูโทรทัศน์กับฟูซุน พ่อแม่ของเธอ และบางวันก็รวมสามีของเธอด้วย


ช่วงเวลานั้น เคมาลหยิบของในบ้านฟูซุนมาเก็บไว้ นับตั้งแต่ขวดโคโลญ ขวดเกลือ ตุ๊กตากระเบื้อง กิ๊บติดผม ไปจนกระทั่งก้นบุหรี่ ซึ่งเขาบอกว่ารูปร่างขึ้นอยู่กับอารมณ์ของฟูซุนขณะดับบุหรี่


ข้าวของทั้งหมดถูกนำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์


นิยายเกือบทั้งเรื่อง(ยกเว้นส่วนสุดท้าย) เล่าโดยเสียงของเคมาล เขาบอกเราเสียแต่แรก ว่าเขาจะทำพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับเธอ


ข้าวของทุกชิ้นเป็นวัตถุพยานแห่งความรักอย่างแน่นอน แต่มันเป็นวัตถุพยายานที่แสดงสภาพสังคมตุรกีในช่วงเวลานั้นด้วย


นิยายเป็นงานชิ้นเดียวกับพิพิธภัณฑ์ มันเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน นิยายเขียนขึ้นเพื่ออธิบายข้าวของแต่ละชิ้นในพิพิธภัณฑ์ ในทำนองเดียวกัน การเกิดขึ้นของพิพิธภัณฑ์ก็เพื่อให้เราจับต้องนิยายอย่างเป็นรูปธรรม


The Museum of innocence ตั้งอยู่ในอิสตันบลู จัดแสดงข้าวของทั้งหมด 83 ตู้ ตามจำนวนบทในนวนิยาย นับตั้งแต่เสื้อผ้าของฟูซุน ต่างหู ขวดน้ำหอม และก้นบุหรี่(นับพันชิ้น) 


Orhan Pamuk ได้รับแรงบันดาลใจจากการเข้าชม Bagatti Valsecchi Museum ในมิลาน ประเทศอิตาลี เขาเขียนนิยายพร้อมกับเริ่มสะสมข้าวของ โดยตั้งใจจะจัดแสดงเป็นนิทรรศการใน Book Fair ครั้นนิทรรศการถูกยกเลิก ปามุกจึงนำข้าวของทั้งหมดมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์


นิยายเรื่องพิพิธภัณฑ์แห่งความไร้เดียวสาตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 2008 


The Museum of innocence เปิดในปี 2012 และยังจัดแสดงในปัจจุบัน มีตั๋วเข้าชมฟรีสำหรับผู้อ่านนวนิยาย ตั๋วตีพิมพ์แทรกไว้ในหน้าท้ายๆ ของหนังสือ ซึ่งหมายความว่า หากฉันถือพิพิธภัณฑ์แห่งความไร้เดียงสานี้ไปอิสตันบลู ฉันจะได้เข้าชมข้าวของที่เคมาลสะสมไว้


เคมาลและฟูซุนมีชีวิตอยู่ในเรื่องแต่งของปามุก-นวนิยายซึ่งตัวละครใช้ชีวิตท่ามกลางคำลวง คำลวงที่พวกเขาจำต้องสร้างขึ้น และพยายามจะเชื่อมัน ทั้งนี้ก็เพื่อให้ชีวิตของพวกเขาง่ายขึ้น(หรืออย่างน้อยพวกเขาก็คิดอย่างนั้น)


มีฉากที่ฉันชอบมาก และอธิบายเรื่องนี้ได้ดี ฟูซุนเดินไปสูบบุหรี่ด้านหลังพ่อ โดยเชื่อว่าพ่อจะไม่รู้-เห็น และพ่อแม่ของเธอก็จับจ้องจอโทรทัศน์ ราวกับไม่รู้ว่าลูกสาวสูบบุหรี่ ฉันต้องบอกว่า ตัวละครแสดงออกมาเช่นนั้นจริงๆ ฉันเองที่ข้องใจ เป็นไปได้อย่างไร มีคนสูบบุหรี่ในอพาร์ทเมนท์เล็กๆ แต่เราไม่รู้ ไม่ได้กลิ่น


ทำนองเดียวกัน-พ่อแม่ของฟูซุนแสร้งทำเป็นเรื่องปกติที่เคมาลมานั่งในบ้านวันละหลายชั่วโมง ไม่ใช่การมาจีบลูกสาว(ทั้งที่เธอมีสามี) เขามาเยี่ยมในฐานะญาติห่างๆ เพียงแต่มาบ่อย และทุกครั้งที่มา เขาจะอยู่นานที่สุด


ทั้งเคมาล ฟูซุน และ The Museum of innocence เป็นสิ่งที่ปามุกสร้าง มันเกิดขึ้นจริง แต่ไม่ใช่ความจริง ข้าวของในพิพิธภัณฑ์คือวัตถุพยายานยืนยันการมีอยู่ของตัวละคร และเรื่องในนวนิยายก็ช่วยอธิบายความหมายของพิพิธภัณฑ์ 


ทั้งสองส่วนรวมเป็นหนึ่งเรื่องเล่า(เรื่องไม่จริง) ที่ดูสมจริงเหลือเกิน

ตรงหน้าคือนิยายหน้า 600 หน้าเศษ ฉันปิดหน้าสุดท้ายแล้ว ฉันอยู่กับมันมานานกว่าสองสัปดาห์ 


ฉันเบื่อเคมาล รำคาญฟูซุน อึดอัดใจกับสถานการณ์ในเรื่องแต่ง แต่ฉันเชื่อ-มีพวกเขาอยู่จริง-ในนวนิยาย ฉันพยายามเข้าใจพวกเขา แม้ว่าฉันจะคิดไม่เหมือนพวกเขาเลย

สักวันฉันจะถือหนังสือเล่มนี้ไปอิสตันบลู เดินเข้า The Museum of innocence เปิดบทที่ 1 ขณะชมของในตู้ที่ 1 


ฉันจะเผลอคิดว่าฟูซุนกับเคมาลเคยหายใจอยู่จริง และเคยจับข้าวของเหล่านั้นมั้ย...ฉันเองก็อยากจะรู้




 


วันที่สร้าง : 16 กันยายน 2560

10

แบ่งปัน
สร้างโดย