วัดสะแล่งเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งในอำเภอลอง จังหวัดแพร่ สันนิษฐานว่าสร้างตั้งแต่สมัยทวารวดี ต่อมากลายเป็นวัดร้างหลายยุคหลายสมัย ครั้งหลังสุดกลายเป็นวัดร้างเกือบ 300 ปี ก่อนที่พระครูวิจิตรนวการโกศล หรือ พระครูบาสมจิต และพระครูสีลสังวราภิรัต ได้เข้ามาบูรณปฏิสังขรณ์วัดใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2506 จนกระทั่งเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2527 กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศให้วัดสะแล่งกลายเป็นวัดมีพระสงฆ์ สองปีต่อมาจึงได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา
สะแล่ง เป็นชื่อของดอกไม้ป่าชนิดหนึ่ง เป็นไม้ยืนต้นดอกสีขาวนวล ลักษณะของดอกคล้ายดอกปีบหรือกาสะลองในภาษาเหนือ สาเหตุที่วัดสะแล่งใช้ชื่อดอกไม้เป็นชื่อวัดนั้น มีตำนานเล่าว่า สมัยก่อนพุทธกาลเมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จมาถึงดอนสะแล่ง หรือ สะแล่ง แก้วดอนมูล หรือดอนสะแล่งหลวง เจ้าเมืองและชาวบ้านต่างพากันมาถวายภัตตาหาร ครั้นเมื่อพระพุทธเจ้าเสวยภัตตาหารเสร็จ มเหสีเจ้าเมืองจึงได้นำดอกสะแล่งถวายพระพุทธเจ้าเพื่อเป็นพุทธบูชา และทรงตรัสเป็นพุทธทำนายว่าในอนาคตสถานที่แห่งนี้จะเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุและจะเจริญรุ่งเรืองต่อไปข้างหน้า ปัจจุบันต้นสะแล่งค่อนข้างหาดูยาก ซึ่งทางวัดที่นำมาปลูกไว้บริเวณหลังพระอุโบสถ
ก่อนที่จะเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ท่านสามารถเดินชมสิ่งก่อสร้างและสถานที่สำคัญภายในวัด ซึ่งทางวัดอนุรักษ์ไว้และจัดภูมิทัศน์ไว้อย่างงดงาม ทั้งเขตพุทธวาสเก่าที่ประกอบไปด้วย พระธาตุขะอูบคำ ที่ก่อสร้างราวปีพ.ศ. 1100-1200 พระอุโบสถหลังเก่า ศิลปะล้านนา ซุ้มสิงห์จามเทวี ซุ้มพระสามพี่น้อง และลานไม้กลายเป็นหิน ส่วนเขตพุทธาวาสใหม่ อาทิ พระเจดีย์ธาตุ ที่สร้างครอบฐานเดิม พระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะตระกูลช่างสุโขทัย ศาลาการเปรียญ ที่ภายในใช้จัดแสดงวัตถุโบราณ และของสำคัญของวัด
ข้าวของที่จัดแสดงภายในศาลาการเปรียญมีหลากหลายตามแบบพิพิธภัณฑ์วัด หากแต่มีการจัดหมวดหมู่และบางชิ้นมีป้ายคำอธิบายพร้อม ของส่วนใหญ่เป็นของเนื่องในพระพุทธศาสนา อาทิ พระพุทธรูปโบราณ ปั๊บสา รอยพระพุทธบาทสัมฤทธิ์ วิหารจำลอง บาตรหิน ผ้าพระบท สัตตภัณฑ์ เครื่องรางของขลัง ผ้ายันต์ ชิ้นส่วนพระพุทธรูป เทวรูป นอกจากนี้ยังของใช้ อาทิ เครื่องเขิน มีดดาบ ถ้วยชามสังคโลก ของที่อยู่ในอาคารหลังนี้ส่วนใหญ่เป็นของเก่าแก่ ทางวัดจึงห้ามมิให้ถ่ายภาพเพื่อความปลอดภัย
ติดตามข้อมูลล่าสุดจากช่องทางทางการ