พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย ริเริ่มมาจากประธานมูลนิธิพัฒนาศักยภาพคน คุณพีระพงศ์ ถนอมพงษ์พันธ์ อดีต รมช.คมนาคม แม้ท่านจะเข้าวัยเกษียณแล้ว แต่ก็ยังคงไม่หยุดคิดสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับสังคม เริ่มต้นในปี พ.ศ. 2542 ที่ดินว่างเปล่าบนพื้นที่ ต.บางกระเจ้า อ.พระประแดง ได้ถูกพัฒนาขึ้นให้เป็น Life Learning Center ที่ต้องการให้มีพิพิธภัณฑ์ที่ให้ความรู้และเปิดโลกทัศน์ไปด้วยในตัว ซึ่งได้รับความร่วมมือระหว่างบริษัท สวนบางกระเจ้า จำกัด ร่วมกับมูลนิธิฯ เพื่อเป็นสถานที่ของการร่วมมือร่วมใจความมีสมานฉันท์ของชุมชน สำหรับสร้างความแข็งแรงด้วยการเรียนรู้ รวมถึงโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนโดยการเพาะเลี้ยงเพื่อส่งออก
ส่วนจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลักๆ คือ
บ้านรักรู้ มีห้องฉายวิดีโอเพื่อให้ผู้เข้าชมหรือกลุ่มนักเรียนได้รับความรู้พื้นฐานกันก่อน มีนิทรรศการเล่าเกี่ยวกับชีววิทยาของปลากัด ลักษณะของปลากัดสายพันธุ์ต่างๆ หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าปลากัดจีนนั้นนำเข้ามาจากประเทศจีน แต่จริงๆ แล้วเป็นการผสมระหว่างปลากัดหม้อและปลากัดป่าของไทยซึ่งทั้งสองสายพันธุ์เป็นพันธุ์ดั้งเดิม แต่สีสันไม่สวยและตัวเล็ก เมื่อผสมกันทำให้เกิดปลากัดสายพันธุ์ใหม่คือปลากัดจีน ที่มีหางสวยงามเหมือนพู่กันจีน จึงเรียกกันว่าปลากัดจีนนับแต่นั้นมา สมัยโบราณการเลี้ยงปลากัดและกัดปลาแข่งขัน เป็นวิถีชีวิตของชนชั้นไพร่ในประเทศไทย ดังคำที่ว่า “นายตีไก่ ไพร่กัดปลา” เพราะในสมัยโบราณ เมื่อชาวบ้านว่างเว้นจากการเพาะปลูกก็จะหางานอดิเรกทำ และการเลี้ยงปลากัดนั้นสามารถฝึกสมาธิและนิสัยความโอบอ้อมอารีย์ให้กับเด็กๆ ได้อย่างไม่รู้ตัว เพราะการเลี้ยงปลาสักตัวหนึ่งให้สวยงามและแข็งแรงนั้น ต้องดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี
หอโลกหอธรรม เป็นอาคารทรงไทยสองหลัง ชั้นบนตรงกลางมีลานพระพุทธรูปปางลีลา ส่วนอาคารด้านขวามีรูปปั้นขนาดเล็กของวีรชนไทย สมเด็จพระนเรศวรมหาราชฯ ด้านซ้ายคือพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งต่อสู่เพื่อกอบกู้บ้านเมือง เปรียบเสมือนปลากัดของไทยที่ต่อสู้เพื่ออาณาเขตของตน และปกป้องตนเอง
ใต้ถุนอาคารทั้งสองมีตู้ปลาแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืดและปลากัด อาคารด้านซ้าย มีปลากัดป่า และปลากัดหม้อสายพันธุ์ดั้งเดิม ซึ่งสีสันไม่สวยงามและตัวเล็ก แต่มีข้อดีคือกัดเก่ง และปราดเปรียว มีปลาน้ำจืด เช่น ปลาแรด ปลากระแห ปลาตะโกก ปลากด ปลาแขยง ปลาปีกไก่ ปลาเสือตอ ปลาซิวควาย และปลาซิวอ้าว ส่วนอาคารด้านขวาแสดงสายพันธุ์ปลากัดที่พัฒนาแล้ว คือปลากัดหางพระจันทร์เสี้ยว ส่วนปลาน้ำจืดที่แสดงมี ปลากราย ปลานิล ปลากระทิง ปลาหมูอารีย์
เส้นทางศึกษาธรรมชาติ มีนิทรรศการอยู่ริมข้างทางเดินเข้าสวน บรรยากาศร่มรื่นตลอดทาง นิทรรศการแรกเล่าถึงความเป็นมาของกรุงเทพฯ และพื้นที่กระเพาะหมู อันเกิดมาจากสายน้ำเจ้าพระยา ป้ายที่สองอธิบายเรื่องพื้นที่สีเขียวปอดของคนกรุงเทพฯ ของบริเวณพื้นที่กระเพาะหมูแห่งนี้ ป้ายถัดมาเป็นเรื่องประเพณีเกี่ยวกับน้ำของไทย เช่นสงกรานต์ รดน้ำดำหัว สรงน้ำพระ ตลอดจนลอยกระทง และเกี่ยวเนื่องกับนิทรรศการถัดมาคือ การเสด็จทอดพระกฐินทางชลมารค ขบวนเรือพระราชพิธีอันสวยงามของไทย ถัดมาเป็นเรื่องราวของหมู่บ้านทรงคนอง ซึ่งเป็นชนชาวมอญ ที่ยังคงพยายามสืบสานเอกลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีของตนเอาไว้
ลานคนกล้าคนกล้าในที่นี้ก็คือนักวิทยาศาสตร์เอกของโลกที่กล้าที่จะทดลอง และค้นพบอะไรใหม่ๆ ทำให้โลกใบนี้พัฒนาไปอีกขั้น บริเวณลานก็จะมีรูปปั้นครึ่งตัวของบรรดานักวิทยาศาสตร์เช่น กาลิเลโอ, หลุยส์ ปลาสเตอร์, ชาร์ล ดาวิน, เซอร์ไอแซก นิวตัน และที่ขาดไม่ได้คือพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ต่อจากนั้นผู้ชมสามารถเดินไปชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาจากฝั่งบางกระเจ้า มองไปฝั่งตรงข้ามก็จะเห็นเรือสินค้าและ วัดคลองเตย
ซึ่งแต่ละส่วนก็จะสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับปลากัดไทย และความเป็นพื้นบ้านพื้นถิ่นเอาไว้มากมาย
ติดตามข้อมูลล่าสุดจากช่องทางทางการ