พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริว่า "วังสระปทุม" เป็นสถานที่สำคัญแห่งพระราชวงศ์และแห่งชาติ ด้วยเป็นพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ตั้งแต่ พ.ศ. 2459 ตราบจนเสด็จสวรรคต และได้เป็นที่ประทับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีในเวลาต่อมา สมควรที่จะจัดเป็นพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ แสดงพระราชกรณียกิจอันเป็นแบบอย่างอันดีงามแห่งการดำรงชีวิตที่อำนวยประโยชน์สุขแก่คนหมู่มาก
เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จสวรรคตแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานวังสระปทุมให้เป็นที่ประทับสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงระลึกถึงพระราชปรารภแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงจัดการตั้งพิพิธภัณฑ์ขึ้นสนองพระราชดำริ เพื่อเป็นแหล่งศึกษาพระราชกรณียกิจแห่งสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าเพื่อดำเนินการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์และจัดกิจกรรมต่างๆ สืบสานแนวพระราชดำริสืบมาจนถึงปัจจุบัน
การจัดแสดงพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
1. หอนิทรรศการ จัดฉายวีดิทัศน์สารคดีเรื่องสายธารประวัติสว่างวัฒน์พิพิธภัณฑสถาน ซึ่งประกอบไปด้วยพระราชประวัติสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า นิทรรศการการบูรณะซ่อมแซมพระตำหนักใหญ่ วังสระปทุม และนิทรรศการพิเศษในโอกาสพิเศษต่างๆ แต่ละปี
2. พระตำหนักใหญ่ เป็นพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ตั้งแต่ พ.ศ. 2459 ตราบจนเสด็จสวรรคตใน พ.ศ. 2498 เล่ากันว่าสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าทรงคิดผังพระตำหนักด้วยพระองค์เอง ทรงใช้ไม้ขีดไฟบ้าง หางพลูบ้างทำเป็นผัง แล้วจึงทรงให้สถาปนิกออกแบบถวายตามพระราชประสงค์ คาดว่าพระตำหนักใหญ่น่าจะสร้างแล้วเสร็จในช่วง พ.ศ. 2457 - 2458
การจัดแสดงบนพระตำหนักใหญ่ ได้จัดห้องต่างๆ ไว้เป็น 3 ช่วงเวลา คือ
ช่วงที่ 1 เป็นช่วงของการสร้างพระตำหนักแล้วเสร็จ และสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์(สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) เสด็จฯ กลับมาจากต่างประเทศมาประทับอยู่ ซึ่งปรากฏให้ชมได้ในห้องพิธีและห้องรับแขก
ช่วงที่ 2 เป็นช่วงที่สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ ทรงเสกสมรสและทรงพาครอบครัวเสด็จฯ กลับจากประเทศอังกฤษ และมาประทับอยู่ที่วังสระปทุม การจัดสิ่งของเครื่องใช้ในห้องแสดงของพิพิธภัณฑ์ในช่วงนี้ได้แก่ ห้องเทาและห้องทรงพระอักษร
ช่วงที่ 3 จัดแสดงให้เห็นห้องทรงพระสำราญ ห้องทรงนมัสการ และห้องพระบรรทม เป็นช่วงเวลาที่สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ทรงสำเร็จการศึกษาวิชาการแพทย์ เสด็จฯ กลับจากสหรัฐอเมริกาพร้อมครอบครัว
นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์ฯ ยังมีร้านจำหน่ายอาหาร และของที่ระลึก
เปิดให้บริการในวันจันทร์ - เสาร์
เวลา 10.00 - 17.00 น. (เว้นวันอาทิตย์)
ในวันเสาร์มีกิจกรรมฝึกอบรมการทำอาหาร งานฝีมือ ทัศนศึกษา และอื่นๆ
ตารางกิจกรรมและระเบียบการ ดูได้ที่เว็บไซต์ และเฟสบุ๊คของพิพิธภัณฑ์
ติดตามข้อมูลล่าสุดจากช่องทางทางการ