เกมจิ๊กซอว์ — ชวนเล่นเกมจิ๊กซอว์ต่อภาพสถาปัตยกรรม 100 ปี
ART กรุงเทพมหานคร

ชื่อ
พิพิธภัณฑ์บ้านขุนศึก
กำลังแก้:
บันทึกไม่สำเร็จ — ลองอีกครั้ง

ที่อยู่
8 ซอยอรุณอัมรินทร์ 24
กำลังแก้:
บันทึกไม่สำเร็จ — ลองอีกครั้ง
16,350 Views
517 Likes

เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์

เนื้อหาหลัก

เด็กชายคนหนึ่งรักในการสะสมอาวุธโบราณมาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นป.4  นั่นไม่ใช่เรื่องธรรมดาของเด็กในวัยเดียวกัน  ความรักความหลงใหลยังต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้  อาจารย์ปริญญา สัญญะเดช นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธไทยโบราณ  ได้มีพิพิธภัณฑ์บ้านขุนศึก  สำหรับเก็บเรื่องราววิวัฒนาการของประวัติศาสตร์การรบ

 

บ้านไม้สองชั้นกลางซอยอรุณอมรินทร์ 24 เส้นทางเดียวกับที่จะไปพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเรือพระราชพิธี  ที่นี่มีอาวุธของนักรบอยู่มากมายจากหลายแหล่งที่มา  จากสมัยอยุธยาและต้นรัตนโกสินทร์  ได้มาจากตลาดค้าของเก่า  ชาวบ้านตามต่างจังหวัดมอบให้  จากคนที่ส่งอาวุธมาให้ซ่อมแซมแล้วมอบให้  ตามที่ได้ลงทะเบียนไว้มีอยู่ถึง  3000 รายการ

 

จากการค้นคว้าเรื่องราวเกี่ยวกับอาวุธ  อาจารย์ปริญญาพบว่า  ในประเทศไทยมีข้อมูลน้อยมาก  จะมีแต่กล่าวถึงอ้อมๆในพงศาวดาร  บทกวี  โคลงกลอน  แม้แต่ตำราพิชัยสงคราม  ยังกล่าวในภาพรวม  ไม่ได้ลงรายละเอียดรูปพรรณสัณฐาน  อย่างเช่นควรจะบอกว่าดาบยาวเท่าไหร่  ซึ่งจะต่างกับญี่ปุ่นและอินโดนีเซีย  เขามีการบันทึกไว้อย่างละเอียดเป็นจำนวนมาก  ดังนั้นจึงเป็นภารกิจของอาจารย์ที่จะค้นคว้ารวบรวมข้อมูลเหล่านี้ไว้

 

ในการศึกษา  อาจารย์ปริญญาเน้นที่ 3 ประเด็นคือ  การจัดแสดงวัตถุจากการรวบรวมอาวุธโบราณจากแหล่งต่างๆ  การศึกษาเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับอาวุธในเรื่องโครงสร้าง วัสดุ เทคนิคการผลิต  และเรื่องของพิชัยสงคราม  เกี่ยวกับเส้นทางการเดินทัพ  อาจารย์มีงานเขียนในหนังสือเรื่อง วิถีศาสตรา ปริศนา ศรัทธา  และอาคมแห่งอาวุธไทย    หนังสือเล่มนี้มาจากงานสัมมนาที่จัดขึ้นโดยสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 5 เดือนมีนาคม 2554 หัวข้อสัมมนาของอาจารย์คือ “วิวัฒนาการศาสตราวุธกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคมไทย”ในตอนนี้อาจารย์ก็กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำหนังสือเกี่ยวกับความรู้และประสบการณ์ที่เดินทางไปตามแหล่งที่เคยผลิตอาวุธในสมัยโบราณ  กล่าวได้ว่าชุมชนโบราณที่มีรากลึกมีอยู่ที่อยุธยา  ปัจจุบันก็ยังมีคนที่ทำอาวุธอยู่  แต่ถ้าจะดูตามหลักฐานโบราณ  มีการค้นพบในน้ำซึ่งมีนักประดาน้ำไปงมมาได้  ตามตลิ่งก็พบได้  บางครั้งติดมากับแหหาปลาก็เคยมี

 

อาจารย์ปริญญาให้สังเกตว่าในตำบล  จังหวัด ในประเทศไทยสมัยก่อน  จะมีบ้านช่างกันทั้งนั้น  บ้านช่างเหล็ก บ้านช่างหล่อ  ในยุคโบราณเวลาทำสงครามยึดบ้านยึดเมือง  เขาจะเกณฑ์คนกลุ่มนี้ไปก่อน  เพราะถือว่าเป็นกลุ่มที่มีเทคโนโลยี  แหล่งที่อาจารย์เคยไปสำรวจมีที่อยุธยา ชัยนาท สิงห์บุรี  เพชรบุรี พิษณุโลก  ทางภาคเหนือจะล้ำไปทางพม่าหรือแถบเชียงตุงบ้าง  การศึกษาจะพยายามหาความเชื่อมโยงกัน

 

ไม่เพียงแต่การรวบรวมและติดตามเรื่องราว  อาจารย์ปริญญายังมีความสามารถในการตีดาบ  ระเบียงสวยของพิพิธภัณฑ์คือสถานที่ตีดาบและซ่อมแซมอาวุธ  การเข้าชมในห้องจัดแสดงอาจารย์ได้วางอาวุธที่รอการซ่อมแซมไว้จำนวนหนึ่ง  ตามความเห็นของอาจารย์  ความชำนาญของช่างสมัยโบราณมีทักษะมากกว่าคนในยุคนี้  ดาบที่คนในยุคนี้ตีออกมาอย่างเต็มที่  ได้เพียงดาบอย่างเลวที่สุดในอดีต  เป็นเพราะเทคนิคบางอย่างที่จะมีการถ่ายทอดกันทางครูบาอาจารย์  อีกทั้งช่างยุคนั้นเขาเกิดมาเพื่อจะทำอาวุธตั้งแต่เกิดจนตาย  เรียกได้ว่าอาวุธโบราณล้วนเกิดมาจากบรรดาสกุลช่างต่างๆ

 

การตกแต่งห้องพิพิธภัณฑ์  อาจารย์บอกว่าไม่ได้เป็นรูปแบบเดียว  จะมีการปรับเปลี่ยนไปตามความพอใจของอาจารย์  ผู้เข้าชมที่เข้ามาแต่ละครั้งจะพบกับความแปลกใหม่  ได้เห็นความงามของอาวุธโบราณ ดาบ หอก ทวน  ทั้งในตู้และที่แขวนไว้ตามเสาและผนังห้อง  แม้ว่าบางเล่มจะมีให้เห็นเพียงบางส่วนไม่สมบูรณ์  แต่ลวดลายยังคงปรากฏอย่างเด่นชัด  แสดงเรื่องราว  อาจารย์แบ่งลวดลายว่าโดยหลักเป็นลายนาค  ลายวชิระ  และลายแบบกราฟฟิก บ้างก็เป็นจำนวนขีดที่ไม่เท่ากัน  ลวดลายเหล่านี้บอกถึงความเชื่อในเรื่องของพิธีกรรม  สถานะของผู้ใช้อาวุธ  กรณีของอาวุธบางชิ้น  ผู้ใช้อาจจะมียศไม่สูง  แต่มีภารกิจสำคัญในตำแหน่งองครักษ์ที่ได้อยู่ใกล้ชิดกษัตริย์  ดังนั้นดาบที่ใช้จึงเป็นดาบชั้นดี  อย่างลายนาคจะแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์  ความเป็นสิริมงคล

 

สิ่งที่สะดุดตาอีกอันคือ  หุ่นสวมชุดเกราะโบราณ  อาจารย์เล่าว่าได้มาเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ มีคนงมมาจากแม่น้ำ  เป็นชุดเกราะแบบเปอร์เซีย  ที่เห็นเป็นชุด  คุณแม่ของอาจารย์เป็นผู้ทำจำลองให้  ในเรื่องราวเดียวกัน  เราจะเห็นโล่ของนักรบแขวนอยู่  มีปืนโบราณ คานหาบสัมภาระ ที่นั่งบนหลังช้าง หีบพิชัยสงคราม  ซึ่งคาดว่าสมัยก่อนเวลาเดินทัพ  จะมีหีบวางบนหลังช้างไปด้วย  ในหีบน่าจะเป็นพวกเสื้อเกราะเสื้อยันต์

 

ในการจัดแสดงอาวุธโบราณ  ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา  ได้มีการนำอาวุธไปจัดแสดงข้างนอก  ตามที่รับเชิญมา  งานที่ไปจัดแสดงล่าสุดคืองานโปโลช้างที่หัวหิน  ในปีหนึ่งๆ จัดแสดงนอกสถานที่ประมาณ 3 งาน

การขอเข้าชมและฟังการบรรยาย  อาจารย์ปริญญาจะมาด้วยตนเองทุกครั้ง  ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา  อาจารย์จะนัดหมายกลุ่มผู้เข้าชมในเวลากลางคืน  ช่วงสองทุ่มถึงเที่ยงคืน  เพราะเป็นช่วงที่อาจารย์สะดวกมีเวลาว่าง  รู้สึกว่าทำให้มีสมาธิในการพูดคุยและการฟังบรรยายมากกว่าตอนกลางวัน  กลุ่มผู้เข้าชมที่มากันประมาณ 5- 10 คน  บางกลุ่มถึง 30 คนก็มี  ในการทำพิพิธภัณฑ์  อาจารย์ไม่ได้คาดหวังปริมาณผู้เข้าชม  แต่ต้องการผู้ที่สนใจจริงๆมากกว่า  ส่วนใหญ่ก็เป็นบรรดาผู้เชี่ยวชาญทางประวัติศาสตร์ศิลป์ พวกที่เรียนปริญญาโท  พวกเรียนศิลปะศาสตร์การต่อสู้  คนที่เรียนกระบี่กระบอง  เรียนมวยไทย  บางคนพาเพื่อนฝรั่งมาดู

 

ความคาดหวังของอาจารย์คือ  อยากให้ประเทศไทยมี war museum  ที่สมบูรณ์แบบ  อยากให้เกิดพิพิธภัณฑ์แบบนี้ที่อยุธยา  ทุกวันนี้คนที่ไปศึกษาประวัติศาสตร์ที่อยุธยา  มักจะถามว่ามีดาบโบราณไหม  ดาบที่ใช้รบ  เพราะในประวัติศาสตร์มีเรื่องการทำศึกสงคราม  แต่กลับมีเรื่องเกี่ยวกับศึกสงครามน้อย  ในการเรียนรู้เด็กๆจึงเข้าไม่ถึง  ทุกวันนี้นอกจากความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่ใจรักแล้ว  อาจารย์ปริญญายังถือว่าเป็นหน้าที่  เพื่อสืบทอดสิ่งที่บรรพชนได้ทำไว้  ให้กับลูกหลานจนกระทั่งพวกเรามีวันนี้

การเดินทาง : พิพิธภัณฑ์บ้านขุนศึกอยู่ในซอยอรุณอมรินทร์ 24 เขตบางกอกน้อย  หน้าปากซอยติดกับอพาร์ตเม้นท์ชื่อเรือนอินทร์  ทางเข้าเป็นซอยเล็ก  มีป้ายบอกทางว่าอีก 100 เมตรคือ  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเรือพระราชพิธี   พิพิธภัณฑ์บ้านขุนศึกเข้าไปประมาณ  50 เมตร  เป็นบ้านไม้ 2 ชั้น

กำลังแก้:
บันทึกไม่สำเร็จ — ลองอีกครั้ง

รายละเอียดเพิ่มเติม เช่น ราคาเข้าชม เวลาเปิด-ปิด และโปรโมชั่น กรุณาตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากช่องทางการติดต่อได้ที่ Official Channels

Official Channels

ติดตามข้อมูลล่าสุดจากช่องทางทางการ

โทรศัพท์
TELEPHONE 089-829-4111
บันทึกไม่สำเร็จ — ลองอีกครั้ง