เรือนหลังนี้สะท้อนลักษณะของสถาปัตยกรรม Colonial House ได้อย่างชัดเจน ผนังปูนสีขาวตัดกับวงกบไม้สีเข้ม หลังคาทรงปั้นหยาผสมจั่ว (มะนิลา) พร้อมชายคายื่นยาวช่วยป้องกันแดดและฝน
บ้านฝรั่งกลางสวนแห่งเชียงใหม่
หากเดินลัดเลาะผ่านกลุ่มเรือนไม้ภายในพิพิธภัณฑ์เรือนโบราณล้านนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จะพบอาคารสีขาวสองชั้นหลังหนึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางร่มไม้ใหญ่ อาคารแห่งนี้คือ “เรือนคิวรีเปอล์” หรือที่เดิมเรียกว่า “บ้านหลิ่งห้า” เรือนทรงอาณานิคมที่สร้างขึ้นราว พ.ศ. 2469 โดยหม่องตัน ช่างชาวพม่า ผู้รับหน้าที่ออกแบบและก่อสร้างให้กับ อาร์เธอร์ ไลโอเนล คิวรีเปอล์ (Arthur Lionel Queripel) ชาวอังกฤษผู้เข้ามาทำงานในกิจการค้าไม้ของเชียงใหม่ ในยุคที่เมืองเหนือกำลังเชื่อมต่อกับโลกตะวันตกผ่านเศรษฐกิจและวัฒนธรรม
เรือนหลังนี้สะท้อนลักษณะของสถาปัตยกรรม Colonial House ได้อย่างชัดเจน ผนังปูนสีขาวตัดกับวงกบไม้สีเข้ม หลังคาทรงปั้นหยาผสมจั่ว (มะนิลา) พร้อมชายคายื่นยาวช่วยป้องกันแดดและฝน ขณะที่ระเบียงเปิดโล่งและหน้าต่างบานใหญ่ช่วยรับลมตามสภาพอากาศเขตร้อน แม้จะมีรูปแบบแบบตะวันตก แต่รายละเอียดหลายส่วนได้รับการปรับให้เหมาะกับสภาพภูมิอากาศของเชียงใหม่อย่างลงตัว
เดิมเรือนหลังนี้ตั้งอยู่กลางพื้นที่กว่า 100 ไร่ ซึ่งนายคิวรีเปอล์และภรรยาชาวไทย “แม่เลี้ยงดอกจันทร์” ใช้เป็นทั้งบ้านพัก สวนผลไม้ และพื้นที่เลี้ยงสัตว์ มีการปลูกไม้ดอกและไม้ผลเมืองหนาวจำนวนมาก โดยเฉพาะสตรอว์เบอร์รีซึ่งถือว่าแปลกใหม่ในยุคนั้น เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสเชียงใหม่ ยังทรงเสด็จมาชมสวนแห่งนี้ด้วย
ภายในบ้าน โถงกลางขนาดใหญ่ทำหน้าที่เป็นหัวใจของการอยู่อาศัย พื้นไม้สีเข้มทอดยาวสู่เตาผิงอิฐ ซึ่งเป็นองค์ประกอบเด่นของบ้านแบบยุโรป เตาผิงแห่งนี้สะท้อนวิถีชีวิตของนายคิวรีเปอล์ ผู้ชื่นชอบกีฬาโปโลและการต้อนรับแขก ขณะที่เรื่องเล่าของมาลินี คิวรีเปอล์ บุตรสาวคนเล็ก ยังบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับเทศกาลคริสต์มาสที่ครอบครัวจะนำต้นสนสดจากดอยมาตกแต่งภายในบ้านทุกปี
บันไดไม้ขนาดใหญ่กลางเรือนเชื่อมพื้นที่ส่วนกลางชั้นล่างกับพื้นที่พักอาศัยชั้นบน ห้องนอน ห้องแต่งตัว และห้องน้ำถูกจัดวางตามแนวคิดบ้านตะวันตกสมัยใหม่ โดยเฉพาะห้องน้ำที่มีอ่างอาบน้ำและระบบชักโครก ซึ่งถือว่าทันสมัยอย่างมากสำหรับเชียงใหม่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20
อีกด้านหนึ่งของบ้านยังสะท้อนบทบาทของแม่เลี้ยงดอกจันทร์ เจ้าของกิจการหญิงผู้มีชื่อเสียงของเชียงใหม่ ห้องทำงานของเธอเคยใช้บริหารกิจการและรับจำนองที่ดิน ภายในมีโทรศัพท์โบราณและห้องเซฟเก็บทรัพย์สิน แสดงให้เห็นบทบาทสำคัญของสตรีล้านนาในโลกธุรกิจ ขณะที่นายคิวรีเปอล์ซึ่งสามารถพูดภาษาเมืองได้อย่างคล่องแคล่ว ก็เป็นที่รักของชาวบ้านจนได้รับการเรียกขานว่า “ป๋าคิว”
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อาคารเคยถูกทิ้งร้างอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนจะกลับมาได้รับการดูแลอีกครั้ง และในเวลาต่อมาถูกเวนคืนเพื่อจัดตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ใน พ.ศ. 2506 แม้จะผ่านการเปลี่ยนแปลงของเมืองและการใช้งานหลายบทบาท แต่เรือนคิวรีเปอล์ยังคงรักษารูปแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์
ปัจจุบันอาคารได้รับการอนุรักษ์เป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เรือนโบราณล้านนา และได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยามฯ ใน พ.ศ. 2536 และยังคงเป็นหลักฐานของยุคสมัยที่วัฒนธรรมตะวันตกและล้านนาเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน ผ่านสถาปัตยกรรม วิถีชีวิต และความทรงจำของผู้คน
อ้างอิง
สถาปัตยกรรมอังกฤษและอเมริกันในจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2372-2476, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยพสุ มณิปันตี
ฐาปนีย์ เครือระยา, ชุติมา พรหมาวัฒน์, วาสนา มาวงค์.เรือนโบราณล้านนาในลุ่มน้ำปิง พิพิธภัณฑ์เรือนโบราณล้านนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.เชียงใหม่: วนิดาการพิมพ์, 2565.