webboard

  1. Home
  2.    >   Museum Thailand
  3.    >   Webboard
  4.    >   อมิร์ ติมูร์: จอมข่านผู้อาภัพ

อมิร์ ติมูร์: จอมข่านผู้อาภัพ

04 April 2017

like 1

152 views

share


หนึ่งในจอมจักรพรรดิผู้เป็นนักรบบนหลังม้าที่ยิ่งใหญ่ ใครๆ จะต้องนึกถึง “เจงกิสข่าน” ราชันย์แห่งมองโกลผู้เรืองอำนาจเมื่อราว 800 ปีก่อน ทว่า สิ้นยุค “เจงกิสข่าน” แล้ว ดูเหมือนว่าโลกแทบจะลืมชาวมองโกลไปเลย

แต่แท้ที่จริง ยังมีจอมยุทธบนหลังม้าเชื้อสายมองโกลผสมเติร์ก (Mongol Turkish) อีกคนหนึ่งที่โลกมิอาจจะลืมได้ เพราะความเชี่ยวชาญชำนาญรบ และพื้นที่ที่เขาบุกเข้าไปยึดได้นั้น กล่าวได้ว่าจะเป็นรองก็เพียง “เจงกีสข่าน” บรรพบุรุษของเขาเท่านั้น



เขาคือ “อมิร์ ติมูร์” (Amir Timur) วีรบุรุษภาคพื้นเอเชียกลาง ผู้ซึ่งชาวอุซเบกิสถานยกย่องเป็น “มหาราชผู้ยิ่งใหญ่” ในฐานะผู้สถาปนาจักรวรรดิ “ติมูริด” (Timurid) อันเกรียงไกร โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ซามาร์คานด์ ในปีพุทธศักราช 1913 ร่วมสมัยสมเด็จพระราเมศวรแห่งกรุงศรีอยุธยา 

ทางทิศเหนือ เดชานุภาพของท่านแผ่ไพศาลจรดมอสโก ทางทิศใต้ จรดนิวเดลลี ทิศตะวันตก ประชิดยุโรป และทิศตะวันออก จรดซินเกียง ซึ่งเกินกว่าจะเรียก “อาณาจักร” เพราะนี่คือ “จักรวรรดิ” เฉกเช่นดินแดนที่ชาวโรมันเคยรังสรรค์ไว้ในนาม “จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์” (Holy Roman Empire)

เชื่อกันว่า “อมิร์ ติมูร์” จะพิชิต “ปักกิ่ง” สมัยราชวงศ์หมิง ได้ไม่ยากเย็นเลย หากเขาไม่ล้มป่วยจนต้องปิดฉากชีวิตในระหว่างเคลื่อนทัพไปเสียก่อน จนได้อีกสมญานามหนึ่งว่า “จอมขานผู้อาภัพ!



“อมิร์ ติมูร์” สืบเชื้อสายมาจาก “เตมูจิน” จอมข่านแห่งมองโกล ผู้ประกาศตนเป็น “เจงกิสข่าน” อันมีความหมายว่า “นายของบรรดาผู้พักพิงอยู่ในกระโจมทั้งมวล” “อมิร์ ติมูร์” จึงรบบนหลังม้าเก่งเยี่ยงบรรพบุรุษ แล้วการที่มองโกลในสมัย “กุบไลข่าน” เข้าไปยึดจีนจนสถาปนาราชวงศ์หยวน ก็ทำให้วิทยาการก้าวหน้าหลายประการหลั่งไหลสู่ชาวมองโกล 

รวมทั้งวิทยาการด้านเข็มทิศ พลุ และดินประสิว ซึ่งเอื้ออำนวยต่อการรบแบบยุทธศาสตร์ ที่มีแผนการรุก การรับ และการตีโอบล้อมข้าศึก มองโกลจึงนับเป็นนักรบบนหลังม้าที่มีวิทยาการก้าวหน้า อันกล่าวได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ “ทาร์มาเลนข่าน” หรือ “อมิร์ ติมูร์” สถาปนาจักรวรรดิ “ติมูริด” อันเกรียงไกรได้

มารดาของเขาเป็นชาวเติร์ก ซึ่งรับเอาศรัทธาในศาสนาอิสลาม รวมทั้งวิทยาการความรู้จากเปอร์เชีย (หรืออิหร่าน) มาตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 14 เมื่อขุนนางอิหร่านตระกูลซามานเรืองอำนาจ แล้วเข้ายึดครอง “ทรานอ็อกเซียนา” หรือดินแดนเอเชียกลาง สร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางการเมือง หนุนส่งให้ศาสนาอิสลามนิกายสุหนี่ เฟื่องฟูในภูมิภาคนี้มาจนถึงวันนี้

ดังนั้น หาก “อมิร์ ติมูร์” ได้รับการนับถือในฐานะวีรกษัตริย์ผู้เป็นต้นตระกูลชาวอุซเบก ไม่ผิดนักที่จะกล่าวว่า “อุซเบก” คือชาติพันธุ์ผสมมองโกล – เตอร์กิช ที่มีจิตวิญญาณเป็นมุสลิมแบบเปอร์เชีย และไม่น่าแปลกใจ ที่อนุสรณ์สถานของอมิร์ ติมูร์ จะใหญ่โตโอฬารขนาดนี้



ชาวซามาร์คานด์เรียกที่นี่ว่า “บีบี คานุม” (Bibi Khanym) อันประกอบด้วย มัสยิด (Mosque) สุสาน (Mausoleum) และโรงเรียนสอนศาสนา (Medressa) สามบูชาสถานหลักของชาวมุสลิม ชื่อ “บีบี คานุม” มาจากมเหสีองค์หนึ่งของ “อมิร์ ติมูร์” ซึ่งเป็นชาวมองโกลแท้ และร่ำลือว่าเฉลียวฉลาดยิ่งนัก 

เมื่อ “อมิร์ ติมูร์” กรีฑาทัพม้าเข้ายึดครองนิวเดลลีและชมพูทวีปสำเร็จ ในพ.ศ.1924 จึงระดมทั้งช้างและช่างฝีมือมัสยิดที่สวยและสูงใหญ่สุดของโลกยามนั้น เป็นอนุสรณ์สถานแห่งชัยชนะ และประกาศให้โลกรู้ว่าเขามีศรัทธาสูงส่งต่อองค์อัลเลาะห์เพียงใด ด้วยความสูงถึง 50 เมตร ของโดมรูปกลีบมะเฟืองสีฟ้าอมเขียวโดดเด่น ประกาศอัตลักษณ์ศิลปะมุสลิมสกุลช่างซามาร์คานด์ชัดเจน

ที่สำคัญ จอมข่านชั้นเหลนของ “อมิร์ ติมูร์” นาม บาร์บุร์” หรือที่รู้จักกันในนาม “จักรพรรดิบาร์เบอร์”(พ.ศ.2069 – 2073) คือผู้สถาปนาราชวงศ์โมกุล (สำเนียงหนึ่งของคำว่า “มองโกล”  แล้วนำศาสนาอิสลามเข้าไปในอินเดีย เป็นต้นตระกูลของจักรพรรดิชาห์ ญะฮาน ผู้สร้าง “ทัชมาฮัล” ที่ยิ่งใหญ่นั่นเอง

เอกสารอ้างอิง
1. ข้อมูลประกอบการเยือน อุซเบกิสถาน: เอเชียกลาง วันที่ 2 – 9 พฤษภาคม 2551 โดย ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และอาจารย์ทรงยศ แววหงษ์
2. Bradley Mayhew. Central Asia. Victoria: Lonely Planet, 2007
3. A.Arapov. Samarkand. Tashkent: Unesco, 2007

https://img.in.th/images/63268ca303d908071443fcd1c335e82e.jpg 
ผู้อาวุโสชาวอุซเบกที่มัสยิดและสุสาน ชาห์ ซินดา

ลายประดับโดมแห่งจิตวิญญาณของอิสลามมิกชน ณ ชาห์ ซินดา
                  
อมิร์ ติมูร์: จอมข่านผู้อาภัพ
                  
จัตุรัสเรกิสถาน (Registan Square) โดดเด่นใจกลางเมืองซามาร์คานด์

Update Date :

created by
hot hit

บาตรบุ ที่บ้านบาตร แถวบ้านนายศร ศิลปบรรเลง

เสียง โป๊กๆๆ เป๊กๆๆ ดังออกมาจากชุมชนเล็กๆแห่งหนึ่งในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย หรือคนทั่วไปเรียกว่า “บ้านบาตร” ชุมชนเก่าแก่แถว...

Tanat

0

เวียนเทียนกลางน้ำ หนึ่งเดียวในโลก

     พิธีเวียนเทียนกลางน้ำเป็นประเพณีที่สำคัญของชาวพะเยา จัดขึ้นในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาป...

FOTOBIKER

0

กุศโลบายในสัญลักษณ์มงคล ๘ ประการ

สิ่งที่เห็นเด่นชัดเมื่อเราเข้าไปในดินแดนที่นับถือศาสนาพุทธนิกายมหายานและวัชรยาน อย่างทิเบต เนปาล ภูฏาน สิกขิม  คือไปที่ไ...

teeraparb lohitkul

0

วันมิวเซียมสากล 2017 “Saying the unspeakable in museums”

เดือนพฤษภาคม นอกจากจะมีวันสำคัญของชาวแรงงาน คือวันแรงงานสากล (International Workers’ Day/Labour Day/May Day) ในวัน...

Nithinand

0

ถ้ามีประวัติศาสตร์ ‘สุรา’ ในพิพิธภัณฑ์ ก็คงจะไม่มีกฎหมายห้ามขายสุราในวันพระใหญ่

กฎหมายห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันพระใหญ่ทั้งหลาย เพิ่งจะประกาศใช้เมื่อ พ.ศ. 2552 ในรัฐบาลขอ...

Siripoj

14

เตาเวียงบัว พิพิธภัณฑ์เตาเผาโบราณ

     เมืองโบราณเวียงบัว  เป็นแหล่งโบราณคดี ค้นพบเตาเผาโบราณ ซึ่งมีอายุกว่า ๗๐๐ ปี ซึ่งเป็นเตาเผาโบราณที่เก่าแก่ที่สุดในล...

FOTOBIKER

0