webboard

  1. Home
  2.    >   Museum Thailand
  3.    >   Webboard
  4.    >   เอเลี่ยน สปีชีส์...สุดที่รัก

เอเลี่ยน สปีชีส์...สุดที่รัก

26 November 2017

like 0

39 views

0

แบ่งปัน
กรณี “บัวตองสยองขวัญ” ที่มีนักพฤกษศาสตร์ระบุว่าเป็น “เอเลี่ยน สปีชีส์” หรือพันธุ์ไม้ต่างถิ่นที่เข้ามาทำลายระบบนิเวศน์ดั้งเดิม ด้วยการสร้างสารที่เป็นพิษทำลายพืชอื่นๆ แม้ยังเป็นประเด็นถกเถียงกันไม่จบในเวลานี้  ว่านางสาวบัวตองนั้นอันตรายจนเอาไว้ไม่ได้...จริงหรือไม่?

แต่อย่างน้อยก็ทำให้คนไทยได้เรียนรู้ว่า ยังมีชนิดพันธุ์ต่างถิ่นอีกหลายชนิดที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ อาทิ สาบเสือ ไมยราพเลื้อย กระถินยักษ์ สาบหมา ผักเผ็ดแม้ว ผกากรอง หญ้าขจรจบ ไมยราพยักษ์ ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม ยังมี “เอเลี่ยน สปีชีส์” หรือพันธุ์ไม้ต่างถิ่นอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเดินทางมาไกลพอๆ กับบัวตอง แต่เข้ามาเติบโตในสยามและอุษาคเนย์มานานหลายร้อยปี จนคนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้เลยว่าเป็นพืชต่างถิ่น เพราะนอกจากจะไม่ถือเป็น “คนแปลกหน้า” แล้ว มิหนำซ้ำยังต้องจัดเป็น “เอเลี่ยน สปีชีส์...ที่รัก” ของคนไทย ชนิด “ขาดเธอ....เหมือนขาดใจ” ทีเดียวเชียว

เรื่องนี้ ดร.สุรีย์ ภูมิภมร แห่งคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เล่าไว้ในหนังสือ “พรรณพืชในประวัติศาสตร์ไทย” อย่างน่าสนใจว่า...
                          http://picture.in.th/id/d62173a493a8a9ab1948ae9deee1ee6c
                           (ขอขอบคุณ ภาพจาก https://www.sites.google.com)

 “เอเลี่ยน สปีชีส์ สุดที่รัก” หมายเลขหนึ่งของคนไทย เห็นทีต้องยกให้ “พริก” หรือ หมากเผ็ด ในภาษาอีสาน หรือดีปรี ในภาษาถิ่นใต้ แต่ดั้งเดิมไม่ใช่พืชพื้นถิ่นของชาวอาเซียนเลย เพราะมีหลักฐานที่น่าเชื่อถือได้ว่าผู้คนแถบทวีปอเมริกากลาง อย่างชาวอาซเทค ในเม็กซิโก กินพริกกันมานานกว่า ๗,๐๐๐ ปี ตั้งแต่ครั้งยังเป็นมนุษย์ถ้ำกันอยู่เลย กระทั่งคำว่า “Chili” ในภาษาอังกฤษ ที่แปลว่าพริก ก็มาจากภาษาอาซเทค

จวบจนกระทั่ง คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส นักเดินเรือชาวอิตาเลียน ผู้ได้รับการอุปถัมภ์ค้ำจุนจากราชสำนักสเปน ออกเดินเรือจนค้นพบทวีปอเมริกา แล้วมีลูกเรือของเขาคนหนึ่ง นามว่า “ปีเตอร์ มาทิล” เก็บพริกจากอเมริกากลางมาทดลองปลูกในสเปน แล้วได้ผลดีจนแพร่หลายไปทั่วยุโรปและอาหรับ จนในที่สุด วัฒนธรรมการกินพริกก็แพร่มาถึงอุษาคเนย์ – อาเซียน 

ซึ่งหากยึดถือว่าโปรตุเกสเป็นมหาอำนาจทางทะเลชาติแรกที่มามีสัมพันธ์ทางการค้าและการทหารกับกรุงศรีอยุธยาเมื่อราว ๕๐๐ ปีก่อน ก็พอจะประมาณได้ว่าชาวสยามรู้จักกินพริกในราว ๔๐๐ กว่าปีมานี้เอง จวบจนวันนี้  ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกพริกถึง 348,453  ไร่ ผลผลิต 332,888 ตัน แต่เป็นที่ทราบกันดีว่าคนไทยกินพริกกันมากจนเกิดคำอุปมาอุปมัย “ถึงพริกถึงขิง” จึงเหลือส่งออกไปขายเพื่อนบ้าน 20,000 ตัน เท่านั้น (สถิติปี ๒๕๕๖  จาก สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร)
                             https://www.picz.in.th/image/dQwl0D
                              (ขอขอบคุณ ภาพจาก comhealth.kapook.com)
ลำดับต่อมาของ “เอเลี่ยน สปีชีส์ สุดที่รัก” ของคนไทย หลายคนไม่อยากเชื่อว่าคือมะละกอ ที่นำมาทำส้มตำ “แซ่บ” กันทั้งประเทศ  แต่หาใช่พืชพื้นถิ่นไทย บ้างว่ามีถิ่นกำเนิดที่เทือกเขาแอนดีส แถบทวีปอเมริกาใต้ เช่น เปรู ชิลี ฯลฯ บ้างว่ามาจากเม็กซิโก และคอสตาริกา จากนั้น นักเดินเรือชาวสเปน หรือไม่ก็โปรตุเกส มหาอำนาจทางทะเลชาติใดชาติหนึ่ง นำมะละกอมาปลูกที่เมืองท่ามะละกา สมัยกรุงธนบุรี ก่อนจะแพร่หลายไปทั่วทุกภาค ทำให้เกิดชื่อเรียกแตกต่างกันไปมากมาย   
                                     https://www.picz.in.th/image/dQwGlt
                                     (ขอขอบคุณ ภาพจาก https://www.pantip.com)
คนอีสานเรียก “หมากหุ่ง” คนเหนือเรียก “บะก๊วยเทศ” คนใต้บอก “ลอกอ” ส่วน “มะละกอ” คนภาคกลางเรียก สันนิษฐานว่ามาจากชื่อ “มะละกา” เมืองท่าแรกของอาเซียนที่มะละกอสัญจรรอนแรมมาลงหลักปักฐาน เป็นที่โปรดปรานของชาวอาเซียน โดยเฉพาะสาวไทย กล่าวได้ว่าถ้ามะละกอสูญพันธุ์จากโลกนี้ จะต้องมีสาวๆ ลงแดงเพราะขาด “ส้มตำ” กินเป็นแน่แท้
                             http://picture.in.th/id/b777d4b1ca59cae677384981192b2a55
                          
นอกจาก พริกและมะละกอแล้ว ที่น่าแปลกใจ คือมะพร้าว พันธุ์ไม้สารพัดประโยชน์ที่อยู่ในวิถีวัฒนธรรมไทยมาช้านาน กลับมีหลักฐานว่าน่าจะมาจากเกาะลาโดรน ในอเมริกากลาง โดยลูกเรือของเฟอร์ดินัลด์ แม็กเจลลัน นักเดินเรือผู้ยิ่งใหญ่ชาวโปรตุเกสเป็นผู้นำปลูก ก่อนจะแพร่หลายไปทั่วโลก แล้วกลายมาเป็นพืชที่ชาวอาเซียนปลูก กิน และใช้ในงานพิธีกรรมอย่างเป็นล่ำเป็นสันที่สุด ตั้งแต่ใช้เป็นเครื่องเซ่นสรวงบูชาเทพเจ้า กระทั่งในพิธีศพ ยังมีขั้นตอนที่ใช้น้ำมะพร้าวล้างหน้าศพ ด้วยความเชื่อว่ามะพร้าวเป็นพืชศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง

เอกสารอ้างอิง “พรรณพืชในประวัติศาสตร์ไทย” โดย ดร.สุรีย์ ภูมิภมร. กรุงเทพฯ:มติชน, ๒๕๔๘ 
****************
  

Created Date :

0

แบ่งปัน
created by
hot hit

วิลล่าวัฒนา พระตำหนักที่ประทับของรัชกาลที่ ๙

วิลล่าวัฒนา (Villa Vadhana)  เป็นพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลย...

Moon

0

สุนทรียภาพของชีวิตในงานพระเมรุมาศ

ผมคิดว่า การเดินทางท่องเที่ยว  การเข้าชมพิพิธภัณฑ์ การชื่นชมงานศิลปะ (Art Appreciation)&nb...

teeraparb lohitkul

1