webboard

  1. Home
  2.    >   Museum Thailand
  3.    >   Webboard
  4.    >   ‘ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น’ เป็นภาษิตโบราณ มีมาก่อนยุคของ ศิลป์ พีระศรี

‘ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น’ เป็นภาษิตโบราณ มีมาก่อนยุคของ ศิลป์ พีระศรี

17 September 2017

like 0

761 views

5

แบ่งปัน
ภาษิตที่ว่า 'ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น' ซึ่งชาวศิลปากรใช้เป็นคำขวัญประจำมหาวิทยาลัยของตนเองนั้น แปลจากคำภาษาละตินที่หลุดออกมาจากปากของบิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย แต่เป็นชาวอิตาเลียนอย่าง อ. ศิลป์ พีระศรี ที่ว่า ‘ars longa vita brevis’ 

แต่ภาษิตสุดคมคายบทนี้ไม่ได้เป็น อ.ศิลป์ ท่านประดิษฐ์ประดอยถ้อยคำออกมาเองหรอกนะครับ เพราะคนที่พูดเป็นคนแรกเป็น ‘หมอ’ ที่มีชีวิตในโลกของชาวกรีกยุคโบราณที่ชื่อ ฮิปโปคราเตส (Hippocrates) เมื่อราว พ.ศ. 83-166 ซึ่งท่านเขียนไว้เป็นภาษิตบทนี้ไว้เป็นคำขึ้นต้นในตำราของท่านที่ชื่อว่า ‘Aphorism’  ต่างหาก

แต่คำว่า ‘aphorism’ ของคุณหมอฮิปโปฯ​ ไม่ได้หมายถึง สุภาษิต หรือคำพังเพย ตามอย่างคำแปลในภาษาอังกฤษปัจจุบันนี้เลยสักนิด เพราะในตำราที่ท่านเขียนขึ้นฉบับนี้นั้นหมายความถึง ‘การแยกแยะ’ (คือการแยกแยะประเภทของโรคภัยไข้เจ็บ) และ ‘การนิยาม’ 

แน่นอนว่าเมื่อผู้เขียนเป็นหมอ หนังสือเล่มนี้ก็ย่อมเป็นตำราทางการแพทย์ฉบับหนึ่ง

และหากจะกล่าวให้ถึงที่สุดแล้ว ภาษิต ‘ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น’ ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของประโยคเต็มๆ ที่ว่า ‘ชีวิตสั้น ศิลปะยืนยาว วิกฤติในพริบตา ประสบการณ์ในภยันตราย และการตัดสินใจที่ยากลำบาก’ ก่อนที่จะมีประโยคต่อท้ายตามมาว่า ‘นายแพทย์ไม่เพียงต้องเตรียมตนเองให้กระทำสิ่งที่ถูกต้อง แต่ต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ป่วย คณะทำงาน และปัจจัยภายนอก’

คำว่า ‘ศิลปะ’ ของคุณหมอฮิปโปฯ จึงไม่น่าจะหมายถึงศิลปะเดียวกันกับ อ. ศิลป์ และยิ่งจะไม่น่าใช่ศิลปะเดียวกันกับในคำขวัญของมหาวิทยาลัยศิลปากร

อันที่จริงแล้ว ‘Aphorism’ เขียนด้วยภาษากรีกโบราณ ไม่ใช่ภาษาละติน ยิ่งถ้าอ่านจากเอกสารดั้งเดิมของคุณหมอฮิปโปฯ ที่ผมแปลจากภาษาอังกฤษอีกทอดหนึ่งแล้วคัดลอกมาข้างต้น ก็จะเห็นได้ว่า คุณหมอขึ้นต้นว่า ‘ชีวิตสั้น ศิลปะยืนยาว’ ต่อมาจึงค่อยมีผู้นำวลีนี้มาสลับกลับหัวกลับหางกันในภายหลังเป็น ‘ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น’ เสียด้วยซ้ำ ภาษิตที่สุดแสนจะคมคายประโยคนี้จึงได้รับการเรียบเรียง ตีความ และจัดการอะไรอีกหลายอย่างมาตลอด 2,000 ปีเศษก่อนที่ อ. ศิลป์ จะพูดออกมานั่นเองนะครับ

‘ชีวิตสั้น ศิลปะยืนยาว’ ในต้นฉบับภาษากรีกของคุณหมอฮิปโปฯ​ คือ ‘Ho Bios Brachus, the de Techne Makre’ คำที่ใครต่อใครแปลออกมาว่า ‘ศิลปะ’ ในต้นฉบับในภาษากรีกก็คือคำว่า ‘Techne’ นี้เอง

ในกรีกโบราณคำว่า 'techne’ แปลว่า 'ทักษะ' หรือ 'งานช่าง' มีคำว่า 'technite’ แปลว่า 'ช่างฝีมือ' อันนี้ตรงกับไทยที่เราเรียกว่า 'ช่าง' หรือคำว่า ‘อี้ชู่’ ในภาษาจีน ที่ปัจจุบันแปลว่า 'art’ แต่ในช่วงสมัยปลายราชวงศ์ฮั่น ในช่วงราว พ.ศ. 600-700 คำนี้ก็แปลว่าทักษะเช่นกัน

ตรงนี้แปลว่าความหมายของคำว่า 'ศิลปะ' ในความหมายอย่างที่เราเข้าใจกันในปัจจุบันนั้นคลาดเคลื่อนไปจากความหมายดั้งเดิมแน่ๆ 

ยุคกลาง ในยุโรป เมื่อราวหลัง พ.ศ.​1500 มีคำว่า ‘studium generale’ เป็นภาษาละติน (ในช่วงยุคกลางการเรียนการสอนในทุกสาขาจะเรียนด้วยภาษาละติน) ตรงกับคำว่า 'general study’ หรือการศึกษาทั่วไปในภาษาอังกฤษ สถานที่สอนการศึกษาทั่วไปที่ว่านี้จะต้องมีการสอนวิชาใดวิชาหนึ่งในสามวิชาที่ประกอบไปด้วย แพทย์ศาสตร์ นิติศาสตร์ และเทววิทยา จึงจะเรียกว่าเป็นสถานที่สอนการศึกษาทั่วไปได้

การเรียนการสอนอย่างที่ว่านี้จึงต่างไปจากระบบการศึกษาของพวกกรีกที่เรียกว่า 'academy’ เพราะอะคาเดมีของกรีกมีผู้สอนเพียงคนเดียว ไม่มีหลักสูตรการเรียนการสอน เนื้อหาก็สอนตามแต่ที่อาจารย์ถนัด และจำกัดผู้เรียน ต่างกันกับในยุคกลางที่มีการเรียนการสอนหลายวิชา และมีหลักสูตรการสอนที่แน่นอน

ระบบการจัดการของสถานที่สอนการศึกษาทั่วไปที่ว่านี้ก็ไม่ต่างอะไรไปจากที่ระบบการจัดการทางสังคมอื่นๆ ในยุคกลางที่เรียกว่า ‘กิลด์’ (guild) ซึ่งอาจจะแปลอย่างง่ายๆ ได้ว่าคือ สมาคมอาชีพ เพราะการประกอบอาชีพใดๆ ในสังคมเมืองยุคกลางก็ตาม จำเป็นจะต้องได้รับการฝึกหัดและยอมรับจากสมาคมอาชีพนั้นๆ เสียก่อน สมาคมที่ว่ายังมีหน้าที่ในการจัดการควบคุม และดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยในกิจการเกี่ยวกับอาชีพนั้นๆ อีกด้วย 

และด้วยลักษณะที่ว่า หลายครั้งจึงเรียกกิลด์ต่างๆ ว่า ‘university’ ซึ่งมาจากคำว่า universitas ในภาษาละตินที่แปลว่า ‘ทั้งหมด’ ซึ่งมีนัยยะถึงการรวมกันของกลุ่มต่างๆ ในระยะแรกคำว่ายูนิเวอร์ซิตี้จึงหมายถึงกลุ่ม หรือสมาคมของผู้ที่มีความสนใจร่วมกัน จึงมีคำว่า ยูนิเวอร์ซิตี้ของนักศึกษา และอาจารย์ ไม่ต่างจากยูนิเวอร์ซิตี้ของพ่อค้า หรือช่างตัดผม ในสมัยหลังจึงค่อยเป็นคำใช้เฉพาะแทนสถานศึกษา จนเลิกใช้คำว่า studium generale ไปในที่สุด

ที่สำคัญคือในมหาวิทยาลัยเหล่านี้เองที่เริ่มมีศัพท์คำว่า bachelor of arts และ master of arts ที่ปัจจุบันเราย่อว่า BA และ MA ซึ่งก็คือวุฒิของผู้สำเร็จการศึกษาทางด้านมนุษยศาสตร์ และศิลปศาสตร์นั่นแหละ (ba ต้องเรียน trivium ได้แก่ ไวยกรณ์ ศิลปะการพูด และตรรกวิทยา ส่วนma ต้องเรียน quadrivium คือ ดาราศาสตร์ และคณิตศาสตร์) 

ในสมัยกลาง คำว่า 'art’ จึงมีความหมายถึง 'ความรู้' ตามอย่างชื่อวุฒิเมื่อสำเร็จการศึกษา และก็เป็นความหมายเดียวกันกับที่คุณหมอฮิปโปฯ หมายถึงไว้แต่แรกเริ่มนั่นเอง โดยหากจะกล่าวให้ถึงที่สุดแล้ว แต่เดิมทีเดียว ภาษิตภาษาละตินที่ว่า 'ars longa vita brevis' จึงควรที่จะแปลว่า 'ความรู้ยืนยาว ชีวิตสั้น' จึงจะไม่ผิดพลความ วิชาศิลปศาสตร์ที่จริงจึงหมายถึงวิชาที่ว่าด้วยความรู้ต่างๆ ด้วย

(แถมท้าย: ส่วนคำว่า 'doctor' ที่เราแปลว่าหมอนั้น เดิมมาจากภาษาละตินที่สะกดอย่างเดียวกันมีความหมายว่า 'ผู้สอน' มีรากมาจากศัพท์ในภาษาละตินเช่นกันว่า 'docte' ซึ่งหมายถึง 'ความชำนัญการ' หรือ 'ความฉลาด' ดังนั้นคำว่า 'Doctor' นอกจากจะหมายถึง 'หมอ' แล้ว จึงมีความหมายถึงผู้สำเร็จการศึกษาขั้นสูงสุดของสาขาวิชาต่างอีกด้วยนั่นเอง)

ภาพจาก: 

Created Date :

5

แบ่งปัน
created by
hot hit

วิลล่าวัฒนา พระตำหนักที่ประทับของรัชกาลที่ ๙

วิลล่าวัฒนา (Villa Vadhana)  เป็นพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลย...

Moon

0

สุนทรียภาพของชีวิตในงานพระเมรุมาศ

ผมคิดว่า การเดินทางท่องเที่ยว  การเข้าชมพิพิธภัณฑ์ การชื่นชมงานศิลปะ (Art Appreciation)&nb...

teeraparb lohitkul

1