webboard

  1. Home
  2.    >   Museum Thailand
  3.    >   Webboard
  4.    >   อักษรจีนอาจจะเก่าที่สุดในโลก และซับซ้อนที่สุดเมื่อ 5,000 ปีที่แล้ว

อักษรจีนอาจจะเก่าที่สุดในโลก และซับซ้อนที่สุดเมื่อ 5,000 ปีที่แล้ว

30 July 2017

like 6

2,409 views

7

แบ่งปัน
เชื่อกันว่า ‘ตัวอักษร’ ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกคือ ‘ตัวอักษรลิ่ม’ หรืออักษร ‘คูนิฟอร์ม’ (cuneiform) ของชาวสุเมเรียน ที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้ของพื้นที่ราบลุ่มอันอุดมของแม่น้ำไทกริส และยูเฟรติส หรือที่เรียกกันว่า เมโสโปเตเมีย ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยถ้าจะชี้เป้าลงไปให้ชัดๆ เลยก็คือ บริเวณพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศอิรักในปัจจุบันนั่นแหละนะครับ

อักษรลิ่มของพวกถูกประดิษฐ์ขึ้นเพื่อช่วยในการจดจำ หรือบันทึกบัญชีสิ่งของด้วยวิธีที่คล้ายชวเลข หรือภาษาโทรเลข  แต่การจดบันทึกที่ว่าก็เป็นที่นิยมนับตั้งแต่เริ่มพบหลักฐานครั้งแรกเมื่อเฉียดๆ 5,400 ปีที่แล้ว และยังใช้กันอย่างแพร่หลาย และพัฒนารูปแบบจนแตกต่างกันออกไปทั่วดินแดนเมโสโปเตเมีย ในอาณาจักร และยุคสมัยต่างๆ ในที่สุด 

พูดง่ายๆ อีกทีก็ได้ว่า ถึงแม้ อักษรคูนิฟอร์ม จะถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยพวกสุเมเรียน ซึ่งเป็นสังคมเมืองที่ซับซ้อนแห่งแรกๆ ของเมโสโปเตเมีย แต่อักษรชนิดนี้ไม่ใช่ของชาวสุเมเรียนเท่านั้น ใครๆ ที่ใช้อักษรลิ่มนั้นก็เรียกว่า อักษรคูนิฟอร์มได้ทั้งหมด เพราะคำว่า ‘คูนิฟอร์ม’ นั้นเป็นคำเรียกในสมัยหลัง ที่พวกฝรั่งเอาไปใช้เรียกตัวอักษรประเภทนี้ต่างหาก

เพราะคำว่า ‘คูนิฟอร์ม’ ถูกผูกขึ้นมาใหม่จากรากในภาษาละตินคือคำว่า ‘cuneus’ ซึ่งแปลตรงตัวว่า ‘ลิ่ม’ นั่นเอง 

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ การที่นักอ่านภาษาโบราณบางท่านยังได้อธิบายต่อไปอีกว่า ตัวอักษรลิ่มนี่แหละครับ ที่ส่งอิทธิพลให้พวกอียิปต์ประดิษฐ์ตัวอักษรเฮียโรกลิฟิค (hieroglyphics) เมื่อราว 5,200 ปีที่แล้ว แต่ได้เปลี่ยนแปลงหน้าที่ของตัวอักษรในฐานะเครื่องช่วยจำสำหรับการทำบัญชี มาเป็นเครื่องช่วยจำในคติความเชื่อทางศาสนา 
พิสูจน์กันได้ง่ายๆ จากการที่พบอักษรพวกนี้อยู่ในศาสนสถาน และสุสาน อย่างพิระมิดนี่แหละ

ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ เจ้าคำว่า ‘เฮียโรกลิฟิค’ นั้นเป็นคำที่ผูกขึ้นมาจากรากในภาษากรีกสองคำ ได้แก่ ‘hieros’ ที่แปลว่า ‘ศักดิ์สิทธิ์’ และ ‘glypho’ ที่แปลว่า ‘จารึก’ ซึ่งผมคงจะไม่ต้องบอกนะครับว่ารวมความแล้วมันแปลว่าอะไร?

และผู้ที่ผูกศัพท์คำนี้ขึ้นมาด้วยภาษากรีกก็คือ ชาวกรีกนี่เอง ติตุส ฟลาวิอุส คลีเมนส์ (Titus Flavius Clemens) หรือที่มักจะเรียกกันว่า คลีเมนส์ แห่งอเล็กซานเดรีย นักเทววิทยาชาวคริสเตียน ที่ลืมตาขึ้นดูโลกที่เมืองเอเธนส์ เมื่อราวๆ พ.ศ. 693 คือใครคนนั้น และจากคำที่ท่านได้ผูกขึ้นมาใช้เรียกตัวอักษรเหล่านี้แล้ว ก็พอจะเห็นภาพได้ว่า ตัวอักษรเหล่านี้มีหน้าที่การใช้งาน และสถานภาพอย่างไรในยุคของท่าน เพราะตัวอักษรพวกนี้ยังถูกใช้งานต่อเนื่องมาจนถึงช่วง พ.ศ. 939 เลยทีเดียว

ดังนั้นสำหรับเจ้าของตัวอักษรพวกนี้คือชาวอียิปต์โบราณเอง จึงไม่ได้เรียกพวกมันว่า ‘เฮียโรกลิฟิค’ หรอกนะครับ พวกเขาเรียกตัวอักษรเหล่านี้ว่า ‘มิดิว เนตเชอร์’ (medew netcher หรือที่สะกดตามอักขรวิธีโบราณว่า mdw mTr) ซึ่งก็แปลว่า ‘คำพูดของพระเจ้า’ ต่างหาก

ที่เรียกว่าเป็นคำพูดของพระเจ้า ก็แสดงให้เห็นถึงสถานภาพของตัวอักษร และหน้าที่การใช้งานที่ชัดเจนอยู่แล้ว แต่พวกอียิปต์สมัยโน้นยังมีความเชื่อที่ลึกซึ้งยิ่งไปกว่านั้นอีกว่า ตัวอักษรเหล่านี้เป็นของที่เทพเจ้าธอธ (Thoth) เทพเจ้าแห่งภูมิปัญญา ที่มีเศียรเป็นนกกระสา ประดิษฐ์ขึ้นมาแล้วก็ประทานมาให้กับมนุษย์โลกใช้เลยทีเดียว

สำหรับพวกอียิปต์โบราณ ที่มีตัวอักษรใช้ห่างจากอักษรลิ่มของพวกสุเมเรียนไม่กี่ร้อยปีนั้น ตัวอักษรของพวกเขาจึงเป็นสิ่งที่ใช้ในการสื่อสารกับพระเจ้า หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากกว่า ที่จะใช้จดบันทึกอะไรในเชิงการค้าอย่างของสุเมเรียน

อักษรที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอีกกลุ่มหนึ่งก็คือ ‘อักษรจีน’ โดยการขุดค้นในแถบพื้นที่มณฑลซีอาน ประเทศจีนในช่วง 50 ปีที่ผ่านมานี้ ทำให้ทราบว่าตัวอักษรจีนมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมากว่า 6,000 ปีมาแล้ว เบียด ‘ตัวอักษรลิ่ม’ ของพวกสุเมเรียน เจ้าของตำแหน่งตัวอักษรที่เก่าแก่ที่สุดในโลกคนเดิมเสียจนตกขอบเวที 

(แต่นี่ก็เป็นเพียงความฟากที่ดังมาจากฝ่ายจีนเท่านั้นนะครับ เอาเข้าจริงแล้วก็ยังไม่ค่อยแน่ใจได้นักว่า ตัวอักษรของจีนนั้นเก่าแก่ไปถึงขนาดที่พวกเขาเคลมจริงๆ หรือเปล่า?)

หลักฐานที่ได้จากการขุดค้น และวิจัยทางด้านโบราณคดีช่วยให้เราทราบว่า แต่เดิมตัวอักษรโบราณของจีนน่าจะเกี่ยวพันอยู่กับความเชื่อเชิงศาสนาเพราะโดยมากพบอยู่บนกระดูกเสี่ยงทาย หรือกระดองเต่า (อย่างไรก็ดี ไม่มีหลักฐานว่าชาวจีนโบราณใช้ตัวอักษรทำประโยชน์อย่างอื่นด้วยหรือไม่?) 

และไม่ว่าตัวอักษรบนกระดูกเสี่ยงทายเหล่านี้ จะมีอายุเก่าแก่มากกว่าอักษรลิ่มจริงหรือไม่ก็ตาม? สิ่งที่น่าสนใจที่สุด ณ ขณะนี้ก็คือ การที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทางด้านการเขียนอักษรจีน (National Museum of Chinese Writing)  ที่เมืองอันหยาง มณฑลเหอเป่ย ได้ประกาศออกมาว่า พวกเขาจะให้รางวัลจำนวน 100,000 หยวน (ประมาณ 524,000 บาท) สำหรับผู้ที่สามารถแปลความตัวอักษรบางตัว ที่ยังอ่านไม่ออกได้อย่างน่าเชื่อถือ และให้ราวัล 50,000 หยวน (ประมาณ 262,000 บาท) สำหรับผู้ที่สามารถบอกถึงร่องรอยที่จะช่วยในการแปลความตัวอักษรแต่ละตัวได้

ขอย้ำว่า เงินรางวัลนี้หมายถึงราคาต่อหัว สำหรับตัวอักษรเพียงหนึ่งตัวนะครับ ดังนั้นถ้าใครสามารถแปลหรือบอกร่องรอยได้กี่ตัวก็คูณด้วยจำนวนรางวัลเข้าไปเท่านั้น

ทางพิพิธภัณฑ์ที่เมืองอันหยางเปิดเผยว่า ทุกวันนี้มีการค้นพบตัวอักษรบนกระดูกเสี่ยงทาย และกระดองเต่าเหล่านี้ถึง 5,000 ตัวอักษร แต่สามารถแปลความหมายเพียงแค่ราว 2,000 คำเท่านั้น

ซึ่งถ้าหากจะไม่แคร์ว่าตัวอักษรของใครเก่าแก่กว่ากันแน่แล้ว ในช่วงเวลาที่ใกล้ๆ กันนั้น ตัวอักษร (โดยเฉพาะอักษรภาพ อย่างอักษรจีน และอักษรเฮียโรกลิฟิค) ที่แสดงถึงสิ่งของ, ความรับรู้ในวัฒนธรรมหรือสังคมนั้นๆ, ความซับซ้อนของสังคม ฯลฯ แล้ว เมื่อ 4,000 ปีบวกลบนิดหน่อยนั้น พวกอียิปต์เพิ่งจะมีตัวอักษรใช้แค่ 700 ตัว ในขณะที่สัญลักษณ์ที่เกิดจากการประสมตัวอักษรลิ่มเมื่อเฉียดๆ 5,000 ปีที่แล้วนั้นก็มีอยู่แค่ราว 1,500 ตัวอักษรเท่านั้นเอง

และถ้าจะวัดความซํบซ้อนของอารยธรรมจากจำนวนของตัวอักษรแล้ว ในแง่นี้จีนกินขาด

คำอธิบายภาพประกอบ: อักษรจีนบนกระดูกเสี่ยงทาย อักษรที่เก่าแก่ที่สุดกลุ่มหนึ่งในโลก (ภาพจาก: http://www.smithsonianmag.com)

Created Date :

7

แบ่งปัน
created by
hot hit

พระรามลงสรง มาจากไหน?

รู้จักอาหารที่เรียกว่า พระรามลงสรง กันไหมครับ?  อธิบายง่ายๆ ก็คือ ข้าวที่มี หมู (แ...

Siripoj

0

เที่ยววังงาม กลางเมืองเพชร

จังหวัดเพชรบุรี นอกจากจะมี พระนครคีรี หรือเขาวัง ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สำคัญแล้ว เพชรบุรียังเป็นอีก...

tthananid

0

วิ่งคบเพลิงในมหกรรมกีฬา มีที่มาจากลัทธิคลั่งชาติของพวกนาซี?

มหกรรมกีฬาของชาวอาเซียนอย่าง การแข่งขันซีเกมส์ 2017 ซึ่งมีกรุงกัวลาลัมเปอร์ (หรือที่เรียกกันสั้นว่า&...

Siripoj

0

การเต้นรำกับเรื่องศาสนา-การเมือง-การสงคราม

William H. McNeill เขียน Keeping Together in Time: Dance and Drill in Human History (Harvard University Press 1995) และอ...

Atibhop

0

ค่าน้ำนมมีราคาเท่าไร ?

“ควรคิดพินิจให้ดี ค่าน้ำนมแม่นี้จะมีอะไรเหมาะสม” เนื้อเพลงท่อนหนึ่งของเพลงค่าน้ำนม ซึ่งแต่งโดย ครูไพบูลย์ บุตรขัน บ...

Tanat

0

พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก

        ต้องยอมรับว่าผมเพิ่งได้ยินชื่อพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกเมื่อปีที่แล้วนี่เอง จากข่าวที่โพสต์ลงในโซเชียลมีเดียว่าทางกรุง...

youth_s

0

ใหม่เอี่ยม(อย่างเรี่ยมเร้เรไร)

เรามีเวลาพักราวหนึ่งชั่วโมง ก่อนจะเริ่มทำงานตอนเย็น ฉันนอนก่ายหน้าผากตากแอร์ แล้วประโยค “สไตล์มันคือ...

Uruda

0