webboard

  1. Home
  2.    >   Museum Thailand
  3.    >   Webboard
  4.    >   ยอร์ช วอชิงตัน กับสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ร่องรอยของ ‘เสรีชน’ ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ยอร์ช วอชิงตัน กับสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ร่องรอยของ ‘เสรีชน’ ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

29 March 2017

like 2

357 views

0

แบ่งปัน
ในรายการเครื่องบรรณาการถวายพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 และสมเด็จพระปิ่นเกล้าเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่นายทาวน์เซนด์ แฮร์ริส (Townsend Harris) ฑูตจากสหรัฐอเมริกา ที่ประธานาธิบดีแฟรงกลิน เพียร์ซ (Franklin Pierce) ประธานาธิบดีคนที่ 14 แห่งสหรัฐอเมริกา ส่งมาเมื่อปี พ.ศ. 2399 มีภาพวาดประธานาธิบดีคนแรกของอเมริกันชนอย่าง ‘ยอร์ช วอชิงตัน’ (George Washington) ขนาดเท่าตัวจริง ฝีมือของ เรมบรันต์ พีล (Rembrandt Peale) ศิลปินชื่อดังชาวอเมริกัน รวมอยู่ด้วยทั้งสองพระองค์

เฉพาะภาพวาดที่ถวายให้ รัชกาลที่ 4 ปัจจุบันไม่ทราบไปอยู่ไหน? 

แต่ภาพวาดที่นำมาถวายให้แก่สมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ยังพอสืบสาวได้ว่า แขวนอยู่ที่พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ ปัจจุบันอยู่ในเขตพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ข้างท้องสนามหลวงนี้เอง

สิ่งที่น่าสนใจก็คือการที่ภาพวาดของประธานธิบดีคนแรกนี้ยังถูกเก็บรักษา และจัดแสดงเป็นอย่างดี อยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่กลายสภาพมาจาก ‘วังหน้า’ ซึ่งก็คือวังของสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ นี่แหละครับ

การที่ ยอร์ช วอชิงตัน ได้รับการยกย่องจากเหล่าอเมริกันชนให้เป็น ‘บิดาแห่งสหรัฐอเมริกา’ เหตุผลที่สำคัญส่วนหนึ่ง ย่อมมาจากการที่ท่านเป็นหัวหอกในการปลดเปลื้องชาวอเมริกัน ออกจากแอกอาณานิคมของอังกฤษ เพราะการประกาศ ‘เอกราช’ ของประธานาธิบดีวอชิงตัน ไม่ได้นำมาเพียงแค่ ‘เสรีภาพ’ ของสหรัฐอเมริกา แต่ยังเป็นการสร้างอเมริกาให้เป็นประเทศที่มี ‘อัตลักษณ์’ เฉพาะตน โดยเฉพาะอัตลักษณ์ในแง่บวกสำหรับโลกที่อ้างอุดมการณ์ประชาธิปไตยอีกด้วย

เอกราชที่ว่ายังส่งผลให้อเมริกันชนไม่ได้เป็นเพียงแค่พวกยุโรปอพยพที่ไปรุกรานพวกอเมริกันอินเดียน เจ้าของพื้นที่ดั้งเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่ได้กลายเป็น ‘คน’ หรือเสียงกลุ่มใหญ่ที่ครอบครองอำนาจการเมืองการปกครองในพื้นที่ที่ถูกเรียกว่า ‘ดินแดนแห่งเสรีภาพ’ 

ดินแดนที่ว่าเป็นโลกใหม่ที่ไม่ได้ใหม่เฉพาะในแง่ความรู้จักมักคุ้นของชาวโลกเก่า (คือ ยุโรป เอเชีย และแอฟริกา) แต่ใหม่ในอุดมการณ์ที่คัดง้างกับลัทธิอาณานิคมของโลกฝั่งฟากยุโรป (แม้จะเป็นไปอย่างผิวเผิน) และเป็นตัวอย่างสำคัญของการต่อสู้กับระบบราชาธิปไตยแบบเก่าของอังกฤษ สู่ระบบสาธารณรัฐยุคเริ่มต้นของสหรัฐอเมริกา 

ยอร์ช วอชิงตัน จึงกลายเป็นภาพแสดงแทน (representation) ของจุดหักเหดังกล่าว โดยเฉพาะเมื่อท่านกรำทำการได้สำเร็จ ในช่วงที่โลกกำลังอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านของระบบการปกครองที่ว่านี่พอดีอีกต่างหาก

จึงไม่แปลกอะไรเลยนะครับ ที่เมื่อรูปของ ยอร์ช วอชิงตัน ถูกนำเสนอในฐานะเทพเจ้าผ่านเสื้อผ้าหน้าผม และอิริยาบถอย่างโรมัน แล้วจะไม่ได้รับความนิยมเอาเสียเลย เพราะเทพเจ้าของพวกโรมันเข้ากันไม่ได้กับอุดมการณ์ของอเมริกันชนอย่างเห็นได้ชัด

ก็สหรัฐอเมริกาในฐานะประเทศแห่งเสรีภาพ จะมีบิดาแห่งประวัติศาสตร์อยู่ในรูปลักษณ์ของเทพเจ้าได้อย่างไรล่ะครับ?

รูปของยอร์ช วอชิงตัน ภายใต้ภาพลักษณ์ของมหาเทพโรมันจึงไม่ได้รับการต้อนรับจากหมู่อเมริกันชน ที่เชื่อในความเป็นมนุษย์ และโปรดอย่าลืมว่า ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องเทพเจ้าในโรมเป็นแบบพหุเทวนิยม (polytheism) มนุษย์สามารถสืบหน่อเนื้อเชื้อไขมากจากเทพ หรือที่ยกตนเองเทียบเท่ากับเทพเจ้าไปเลยก็มี ต่างไปจากศาสนาที่บทบาทในโลกตะวันตกตั้งแต่ช่วงปลายของจักรวรรดิโรมันอย่างศาสนาคริสต์ ที่เชื่อว่าเทพเจ้ามีองค์เดียว (monotheism) นอกเหนือจากพระเจ้า จึงไม่มีสิ่งมีชีวิตไหนยิ่งใหญ่ไปกว่าพระองค์ ทุกคนเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม แม้กระทั่งกษัตริย์ก็ยังเป็นเพียงมนุษย์ ผิดกับศาสนาจากโลกตะวันออกอย่างพุทธ อย่างพราหมณ์ ที่กษัตริย์มักจะอวตาร หรือสืบสายมาจากทวยเทพ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ยอร์ช วอชิงตัน จึงประกาศเสรีภาพเหนืออำนาจแห่งมนุษย์ด้วยกันเอง ไม่ใช่เทพเจ้า หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์จากที่ไหน ภาพของท่านประธานาธิบดีที่แสดงออกในรูปของมนุษย์ ในท่วงท่าอย่างนายพล หรืออีลิทชั้นสูงจึงเป็นสิ่งที่นิยมมากกว่า จนถูกผลิตซ้ำ และส่งต่อความหมายในภาพออกไปยังภูมิภาคอื่นๆ ของโลก พร้อมกันนั้นเองรูปลักษณ์ของท่านก็อยู่ในลักษณาการที่หนุ่มกว่าช่วงสุดท้ายในชีวิตที่ใครๆ ได้พบเห็น 

ในกรณีนี้ผู้ผลิตภาพเหมือนของยอร์ช วอชิงตัน จึงเป็นอเมริกันชนมากกว่าที่จะนายยอร์ช วอชิงตันเอง ความเหมือนในภาพวาดจึงเป็นสิ่งที่เหมือนกับความคาดหวัง หรือจินตกรรมของชาวอเมริกาที่มีต่อบิดาแห่งประเทศของพวกเขา มากกว่าความเหมือนต่อวัตถุธาตุ

และก็เป็นภาพเหมือนในฐานะมนุษย์ธรรมดาๆ ของประธานาธิบดี ยอร์ช วอชิงตัน อย่างนี้นี่แหละครับ ที่ถูกแขวนเอาไว้ที่พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ ตราบจนกระทั่งทุกวันนี้

เป็นที่รู้กันดีว่า สมเด้จพระปิ่นเกล้าฯ เป็นเชื้อพระวงศ์ที่นิยมศึกษาหาความรู้สมัยใหม่ และติดตามเรื่องราวข่าวสารในโลกตะวันตกเป็นชีวิตจิตใจ ลักษณะอย่างนี้ทำให้ฝรั่งมอง พระปิ่นเกล้าว่า เป็นผู้มี ‘อารยะ’ ยิ่งไปกว่านั้นยังมองพระองค์ ‘ต่าง’ ไปจากชาวตะวันออกอื่นๆ ที่พวกฝรั่งสมัยนั้นมักจะดูแคลนว่าล้าสมัย

‘ยอร์ช วอชิงตัน’ ใน ‘ภาพเหมือน’ คงจะถูกพระทัยของสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ เป็นที่สุด ก็ขนาดว่าพระองค์เคยพระราชทานนามพระโอรสองค์โตของพระองค์ ในเจ้าจอมมารดาเอมว่า ‘ยอช วอชิงตัน’ ตามชื่อบิดาแห่งสหรัฐอเมริกาคนดังกล่าว (ภายหลังเมื่อรัชกาลที่ 4 ขึ้นครองราชย์ ได้พระราชทานพระนามให้ เจ้าชายยอช วอชิงตัน เสียใหม่ว่า ‘พระองค์เจ้ายอดยิ่งยศ’ ต่อมาคือ 'กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ' วังหน้าพระองค์สุดท้ายของสยาม) ดังนั้นผมคงไม่่ต้องพรรณนาความใดๆ เพิ่มเติมให้มากความ เพราะว่าในสมัยของพระองค์ ‘ยอร์ช วอชิงตัน’ คือฮีโร่แห่งความเป็นอารยธรรมอเมริกันผิวขาว 

และก็น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งด้วยว่า ถ้าภาพของยอร์ช วอชิงตัน ที่ถูกนำมาถวายเป็นเครื่องราชบรรณาการแก่สมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ เป็นรูปท่านประธานาธิบดีในฐานะเทพเจ้าโรมันแล้ว พระองค์จะทรงตั้งโชว์เอาไว้ในพระที่นั่งองค์เดียวกันนี้หรือไม่?

น่าแปลกดีนะครับ มีแต่คนบอกว่าสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ชื่นชมตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา แต่ไม่ยักจะมีใครบอกว่าโดยเนื้อแท้แล้ว พระองค์ยกย่องเสรีชน และที่จริงแล้วพระองค์เองทรงประพฤติตนอย่างเสรีชนด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงไม่แปลกอะไรที่รูปของยอร์ช วอชิงตัน จะถูกแขวนไว้ในที่ประทับส่วนพระองึค์มาจนกระทั่งทุกวันนี้ 

คำบรรยายภาพ
"ประธานาธิบดียอร์ช วอชิงตัน" ภาพเหมือน ขนาดเท่าตัวจริง ฝีมือ เรมบรันต์ พีล (Rembrandt Peale, พ.ศ. 2321-2403) ศิลปินชื่อดังชาวอเมริกัน ปัจจุบันอยู่ในพระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร (ที่มาภาพ: http://lifestyle.campus-star.com/scoop/40504.html)

Created Date :

0

แบ่งปัน
created by
hot hit

หนังสือปลุกใจเสือป่า

เมื่อพูดถึงคำว่า “หนังสือปลุกใจเสือป่า” สิ่งที่คนทั่วไปคิดถึงของหนีไม่พ้น หนังสือโป๊ที่มีรูปหญิงสาวเปลือย...

Tanat

8

จาก “ดิปปี้” ถึง “โฮป” ว่าด้วย “วิสัยทัศน์” มิวเซียม

เวลานี้ชาวลอนดอนหลายคนกำลังให้ความสนใจกับ “โฮป” โครงกระดูกวาฬสีน้ำเงินที่แขวนโดดเด่นอยู่กลางห้องโถงของมิวเซี...

Nithinand

2

ว่าด้วยเสียงและเสียงรบกวนในประวัติศาสตร์

ในภาษาอังกฤษ ความหมายของคำว่าเสียงหรือ “sound” แตกต่างจากคำว่า “noise” เป็นอย่างมาก เพราะ sound นั้นหมายถึงเสียงทั่วไ...

Atibhop

1

What is not visible is not invisible… สัมผัสงานศิลป์ร่วมสมัยด้วยประสาทสัมผัสและด้วยปัญญา

นิทรรศการ What is not visible is not invisible นี้ เริ่มต้นขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง Platform* และ the 23 FRACs** โดยถูก...

tthananid

3

‘บวชนาค’ หลักฐานเก่าแก่ที่สุด อยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง

ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาอย่างนี้ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะเอ่ยถึงการ ‘บวชนาค’ นะครับ ‘นาค’ เป็นคำใช...

Siripoj

1

มิวเซียมในสังคมที่จินตนาการสำคัญกว่าความรู้?

‘จินตนาการสำคัญจากความรู้’  ว่ากันว่าประโยคสุดคมจนบาดลึกเข้าไปในใจใครต่อใครประโยคนี้ หลุดออกมาจากปากของ&nbs...

Siripoj

1

พยานวัตถุในเรื่องเล่าของปามุก

ดูเหมือนพิพิธภัณฑ์แห่งความไร้เดียงสาเป็นเรื่องรัก แต่ Orhan Pamuk ไม่ได้เขียนเรื่องรักเพียงอย่างเดียว สิ่งที่ปามุกบรรจงเ...

Uruda

0

สำรับสำราญอาหารสยาม-โปรตุเกส ชุมชนกุฎีจีน

     ตั้งแต่อดีตสังคมไทยเป็นพหุสังคมที่มีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติอาศัยร่วมผืนแผ่นดินเดียวกัน การเดินทางเคลื่อนย้ายไปมาของผ...

youth_s

0