ย้อนกลับ

เมี่ยง เมี่ยง เมี่ยง

ของว่าง ของกินเล่น

                                ในแต่ละท้องถิ่น ในแต่ละภูมิภาค นอกจากขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมแล้ว อาหารการกินก็เป็นสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์ บ่งบอกถึงความเป็นมา และความเป็นอยู่ ในวิถีถิ่นที่สืบเนื่องกันมาอย่างยาวนาน จวบจนปัจจุบัน

                                จังหวัดตาก ที่หลาย ๆ คนรู้จักกันดีในงาน "ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป ๑๐๐๐ ดวง" หลายคนชื่นชม และประทับใจในความงดงาม ความเมลืองมลังของแสงไฟที่ส่องสะท้อนตัดกับสีดำของท้องน้ำยามค่ำคืน แสงไฟที่พลิ้วไหวของกะลามะพร้าว ที่จุดไฟลอยไปตามร่องน้ำ ต่อกันเป็นสายคดเคี้ยว อ่อนช้อย และสวยงาม

                                แต่มีหลายคนอดสงสัยไม่ได้ และตั้งข้อคำถามว่า ทำไมจังหวัดตากจึงมีกะลามะพร้าวมากมาย ถึงสามารถนำมาลอยน้ำเป็นกระทงสายได้นับพัน ๆ ใบ

                                คำตอบก็คือ คนตากมีอาหารว่างชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า "เมี่ยง" ซึ่งเมี่ยงที่คนตากนิยมกินนี้ประกอบไปด้วย ใบเมี่ยง และไส้เมี่ยงที่ทำมาจากมะพร้าวนั่นเอง หลายคนอาจรู้จักเมี่ยงของจังหวัดตากในแบบ เมี่ยงคำ หรือที่มีชื่อเรียกขานกันว่า "เมี่ยงจอมพล" 

                                เมี่ยงจอมพล หรือเมี่ยงเต้าเจี้ยว เป็นเป็นเมี่ยงคำเฉพาะถิ่นของจังวัดตาก หากใครไปใครมาย่อมต้องขอลิ้มลอง ทำไมต้องเมี่ยงจอมพล ก็เพราะว่า จอมพลถนอม กิตติขจร อดีตนายกรัฐมนตรีคนตาก เมื่อครั้งที่ท่านกลับมาบ้านครั้งใด มักจะมากินเมี่ยงเต้าเจี้ยว จึงเป็นชื่อที่เรียกติดปากกันมา

                                เมี่ยงเต้าเจี้ยว ของตากนั้นจะประกอบไปด้วยสมุนไพรมากมาย ได้แก่ มะนาวหั่นลูกเต๋าชิ้นเล็ก ๆ ตะไคร้หั่นฝอย ขิงหั่นลูกเต๋า กระเทียม ถั่วลิสงคั่ว กุ้งแห้ง ข้าวตากคั่ว และมะพร้าวขูด วิธีการกิน นำใบชะพลู หรือข้าวเกรียบงาดำที่เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของคนตาก นำมาพรมน้ำให้อ่อนตัว มาห่อกับเครื่องต่าง ๆ แล้วราดด้วยน้ำเต้าเจี้ยวที่คนตากทำเอง จะได้รสเค็ม เปรี้ยว และหอมเครื่องสมุนไพร กรุบกรอบด้วยถั่วลิสง ข้าวตากคั่ว และกุ้งแห้ง ถ้าชอบเผ็ดกัดพริกขี้หนูตามสักเม็ด รสชาติจะถึงใจ

                                เมี่ยงอีกชนิดหนึ่งของคนตากที่นิยมเป็นอาหารว่างมากกว่า มักจะกินหลังจากกินข้าวกินปลาแล้ว ในสมัยก่อนคนเฒ่าคนแก่จะนิยมอมเมี่ยงแล้วสูบบุหรี่หลังกินข้าว โดยคนเฒ่าคนแก่แต่เดิมนั้น จะอมใบเมี่ยงกับเกลือเม็ดเพียงเท่านั้น ยังไม่มีการทำไส้เมี่ยง แต่ในปัจจุบันการกินเมี่ยงได้เปลี่ยนไป

                                เมี่ยงในปัจจุบันประกอบด้วยใบเมี่ยงที่ทำมาจากใบชาชนิดหนึ่ง นำมาบ่มให้ได้ที่ ปัจจุบันนิยมนำใบเมี่ยงที่บ่มมาหมักเพิ่มกับน้ำส้มสายชู ขิงสด และตัดน้ำตาล และกินกับไส้เมี่ยง โดยไส้เมี่ยงจะมีอยู่สองชนิด คือไส้เมี่ยงมะพร้าว และไส้เมี่ยงแคบหมู

                               

                                ไส้เมี่ยงมะพร้าว นำเนื้อมะพร้าวมาขูดให้เป็นเส้น หรือหั่นฝอย แล้วนำไปทอดให้เหลืองกรอบ หลังจากนั้นทอดถั่วลิสง และกระเทียม เมื่อสะเด็ดน้ำมันดีแล้วนำใบตองมาจัดวาง โดยนำใบเมี่ยงวางไว้  แล้วตักไส้เมี่ยงวางลงไปด้านบน โรยด้วยน้ำตาลทราย ห่อพอดีคำ กลัดด้วยไม้กลัด เป็นหนึ่งอม ชาวบ้านจะเรียกเมี่ยงอย่างนี้ว่าเป็น "อม"

                                จากนั้นความนิยมในการทำไส้เมี่ยงก็เปลี่ยนมาเป็น นำมะพร้าวขูดมาทอดกับ ถั่วลิสง กระเทียม และใส่น้ำตาลลงไปลุกด้วยเลย ให้ความหวานในตัว ไส้เมี่ยงจะจับตัวกันเป็นก้อน เวลากินก็เช่นเดียวกัน นำใบตองมาจัด โดยวางใบเมี่ยง แล้วนำไส้เมี่ยงที่มีความหวานอยู่แล้ว จับเป็นก้อนพอดีคำวางด้านบน ห่อใบตอง กลัดด้วยไม้กลัดเป็นหนึ่งอม

                                ส่วนไส้เมี่ยงแคบหมู จะประกอบไปด้วย แคบหมูหั่นชิ้นเล็ก  ๆ ถั่วลิสงทอด กระเทียมเจียว โรยด้วยน้ำตาลทราย ตัดเกลือป่นเล็กน้อย เวลากินก็เช่นกัน จัดบนใบตอง นำไส้เมี่ยงมาวางบนใบเมี่ยง แล้วห่อพอดีคำเป็นหนึ่งอม

                                วัฒนธรรมการกินที่แตกต่างกันของแต่ละพื้นถิ่นในบ้านเรามีให้เห็นหลากหลาย จังหวัดตากก็เป็นหนึ่งในวิถีวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่ในอดีต ที่มีบรรพบุรุษเป็นชาวมอญ มีการอพยพมาจากลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียงตอนใต้ ลัดเลาะลงมาตามแนวแม่น้ำสาละวิน (ลำน้ำดงในสมัยนั้น) และผ่านข้ามมายังลุ่มน้ำเมย หรือแม่น้ำต่องยิน เข้ามาทางช่องเขาของอำเภอแม่สอด และมาตั้งรกรากอยู่ในบริเวณลุ่มน้ำปิงในปัจจุบัน ที่เราเรียกว่า "เมืองตาก"

                                หากใครได้มาเยือนถิ่นแคว้นแดนดินอันสงบ สวยงามด้วยลำน้ำปิงแห่งนี้ จะได้สัมผัสกับวิถี "สโลว์ไลฟ์" ที่แท้จริง และพลาดไม่ได้ที่ต้องของลองลิ้มชิมรส เมี่ยง เมี่ยง เมี่ยง (เมี่ยงจอมพล เมี่ยงมะพร้าว และเมี่ยงแคบหมู)

 

จักรพงษ์ จีนะวงษ์     

 

1,535 views

1

แบ่งปัน