ย้อนกลับ

พนัสนิคม

พนัสนิคม เมืองตำนาน เล่าขานอันเลื่องชื่อ

               บ้านไม้ที่เรียงรายในถนนกลางเมืองพนัสนิคม สะท้อนให้เห็นถึงตำนานเล่าขานของเมืองโบราณซึ่งเป็นชุมชนเมืองที่ไม่ใหญ่มาก ใช้เวลาเดินทางไม่นานนักจากกรุงเทพ ฯ ใครที่อยากหนีความวุ่นวายจากเมืองกรุง แนะนำให้มาชมวิถีชีวิตของคนพื้นเมืองพนัสนิคม จะทำให้หลงรักเมืองเก่าแห่งนี้อย่างไม่รู้ตัว    “พนัสนิคม” เคยเป็นเมืองโบราณที่รุ่งเรืองกว่า 1,000 ปีมาแล้ว ต่อมา ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่ง เกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ รัชกาลที่ 3 นั้น ได้ทรงตั้งให้เป็นเมือง และประทานชื่อเมืองว่า พนัสนิคม ซึ่ง พนัส แปลว่า ป่า และ นิคมแปลว่า หมู่บ้านใหญ่ ซึ่งรวมกันได้ว่าหมู่บ้านใหญ่ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นป่า หรือที่ชาวบ้านมักเรียก ไปอีกอย่างหนึ่งว่า "เมืองเก่า" การที่เรียกเช่นนี้ เพราะว่าที่ตั้งอำเภอพนัสนิคมนี้เคยเป็นเมืองมาแต่ก่อนในอดีต ชาวบ้านจึงเรียกกันติดปากเรื่อยมา

               พนัสนิคม ยังเป็นเทศบาลเมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่า "เมืองน่าอยู่อันดับ 1 ของประเทศไทย" อีกด้วยเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2551 เทศบาลเมืองพนัสนิคม ได้รับการประกาศเกียรติคุณจากสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา ให้เป็น เทศบาลเมืองที่มีค่าดัชนีความน่าอยู่สูงสุด อันดับที่ 1 ของประเทศ โดยมีดัชนีความน่าอยู่ของเมือง 5 มิติ เป็น ตัวชี้วัด ได้แก่ มิติเมืองปลอดภัย มิติเมืองสะอาด มิติเมืองคุณภาพชีวิต มิติเมืองธรรมาภิบาล และมิติเมืองวัฒนธรรม การได้มาเที่ยวเมืองพนัสนิคม เหมือนได้มาพักผ่อนในบรรยากาศชิว ๆ ได้มาถ่ายรูปชิคๆ แบบคลาสสิค โดยเริ่มจากหน้าอำเภอเมืองพนัสนิคม ที่นี่มีหอพระพนัส ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านพนัสนิคมอย่างแท้จริง พระพนัสบดี เป็นพระพุทธรูปศิลาเก่าแก่สมัยทวาราวดีในท่าประทับยืนบนดอกบัวที่วางอยู่บนหลังสัตว์ประหลาดที่สร้างขึ้นจากจินตนาการ ชาวบ้านเล่าว่า ผู้พบได้พบขณะพายเรือไปขายของและปักไม้พายไปถูกองค์พระใต้ผิวน้ำที่ชายฝั่งคลองแบ่งและได้ประดิษฐานอยู่ที่อำเภอพนัสนิคม ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หลังจากแวะไหว้พระมนัสการพระพนัสบดีกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว อีกที่หนึ่งที่อยากแนะนำให้ ไปคือ ตลาดเก่าเมืองพนัส ถ้าชอบตลาดเก่า โดยไม่ต้องไปไกล แต่มีความคลาสสิคใกล้ๆเหมือนเชียงคานแค่ มาเมืองพนัสก็พบแล้ว ตลาดเก่าบรรยากาศสุดคลาสสิค เป็นสถานที่อันสวยงามของหนังในตำนานอย่าง 2499 อันธพาลครอง

               ตลาดสดเมืองพนัสนิคมขายของกันแต่เช้าตรู่ หากใครมาเดินซื้อของกันละก็จะเห็นทั้งคนไทย  คนจีน และคนลาว เรียกลูกค้าเข้าร้านกันอย่างสนุกสนาน สร้างสีสันให้ตลาดมีชีวิตมาก ๆ ของกินเพียบเต็ม 2 ข้างทาง ทั้ง ของสด ของแห้ง ของอร่อย ของถูก ของดี ซึ่งอาหารที่เป็นอาหารขึ้นชื่อของเมืองพนัสคือ “ หมี่แดง แกงลาว ” ซึ่งชาวบ้านบอกว่าหาอร่อย ๆ กินค่อนข้างยากแล้ว ตลาดเก่าแบบนี้มีเสน่ห์อยู่ที่วิถีชีวิตของผู้คน ภาพของความ สนิทสนมคุ้นเคย รอยยิ้ม การพูดคุยทักทายกับคนแปลกหน้า ทำให้ที่นี่ตลาดที่นี่มีชีวิต มีสีสัน ท่ามกลางความเรียบง่าย นอกจากของกินแล้วตลาดเมืองพนัสยังขึ้นชื่อเรื่องเครื่องจักสาน ซึ่งตอนแรกแปลกใจมากสองข้างทาง ตลาดเก่าเต็มไปด้วยร้านขายเครื่องจักสาน ชาวบ้านในตลาดเล่าว่า ในสมัยก่อนส่วนใหญ่ชาวบ้านจะสาน เครื่องใช้ในครัวเรือน และเครื่องมือในการจับสัตว์น้ำ ไว้ใช้ในครัวเรือนของตนเอง ยามว่างเว้นจากการทำนา นับว่าเป็นความรู้ความสามารถที่สืบทอดกันมาแต่บรรพบุรุษควบคู่กับอาชีพการทำนา แต่เดิมเครื่องจักสานทำ เพียงเพื่อใช้ภายในครัวเรือนเท่านั้น แต่ต่อมาก็เพื่อการแลกเปลี่ยนกับสินค้าตัวอื่น เช่น ข้าว ปลา สิ่งของต่าง ๆ และเนื่องจากชุมชนนี้อยู่ใกล้ตลาด จึงมีการนำผลผลิตในครัวเรือนออกมาสู่ระบบการซื้อขาย จนถึงปัจจุบัน เครื่องจักสานมีให้เลือกเยอะมาก ราคาถูก ใครอยากซื้อฝาก ซื้อแจก ซื้อกลับบ้าน เรียนเชิญให้มาเยี่ยมชมกันก่อน แม่ค้าในตลาดเมืองพนัสนิคมใจดีทุกคน
           

               เสน่ห์ของเมืองพนัสไม่ได้อยู่ที่การเป็นเมืองป่าเหมือนชื่อ แต่เป็นการผสมกันอย่างลงตัวของ คนในท้องถิ่น ประชากรของพนัสนิคม ประกอบด้วยหลายชนเผ่า ได้แก่ชาวลาวเวียง ซึ่งอพยพมาจาก เวียงจันทน์ ตั้งแต่ก่อตั้งเมืองพนัสนิคม ชาวจีนซึ่งส่วนมากเป็นจีนแต้จิ๋ว และชาวไทยสยามในพื้นถิ่นดั้งเดิม ไม่ ว่าจะเป็นเรื่องประเพณี วัฒนธรรม อาหารการกิน วิถีการใช้ชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นความแตกต่างที่รวมกันได้อย่าง ลงตัวและมีเอกลักษณ์ในแบบท้องถิ่นของตนเอง ตลาดเก่าและบ้านเรือนที่นี่ยังคงเอกลักษณ์และวิถีชีวิต แบบเดิมๆไว้อยู่มาก อยู่ใกล้ๆ แค่เมืองพนัสนิคม เมืองพนัสนิคมเป็นตำนานของเมืองเก่าอย่างแท้จริง

2,053 views

2

แบ่งปัน

มิวเซียมในจังหวัดชลบุรี