กำลังโหลดข้อมูล

museum thailand

  1. Home
  2.    >   Museum Thailand
  3.    >   พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้อุตุนิยมวิทยา

พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้อุตุนิยมวิทยา

11 August 2017

like 54

1,218 views

pav

/

next

ข้อมูลพิพิธภัณฑ์

 

 

 

 

 


 

 

พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้อุตุนิยมวิทยา

ประวัติความเป็นมา

          การดำเนินงานด้านพิพิธภัณฑ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา เริ่มต้นขึ้นเนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ของพระบาทสมเด็จพระปริมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม 2530 (หนังสือพิพิธภัณฑ์อุตุนิยมวิทยา, 2530) กรมอุตุนิยมวิทยาได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจบำเพ็ญประโยชน์แก่ประเทศชาติและพสกนิกรในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตุนิยมวิทยา และทรงนำไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม ดังจะเห็นได้จากการที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้จัดส่งแผนที่อากาศ ภาพถ่ายจากดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา และข่าวพยากรณ์อากาศทูลเกล้าฯ ถวายที่พระราชวังสวนจิตรลดาเป็นประจำ โดยเฉพาะถ้าเป็นเวลาที่พายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้ามามีผลกระทบต่อลมฟ้าอากาศในประเทศไทยด้วยแล้ว พระองค์จะให้ราชองครักษ์ปรึกษาสอบถามกับกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อทราบการเคลื่อนไหวของพายุ และจะทรงรับสั่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมการช่วยเหลือ และป้องกันภัยพิบัติอย่างเร่งด่วน ดังนั้นกรมอุตุนิยมวิทยาจึงได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์อุตุนิยมวิทยาขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 5 รอบ และพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก เมื่อปี พ.ศ.2530 เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่และส่งเสริมความรู้ด้านอุตุนิยมวิทยา โดยใช้งบประมาณจัดตั้งพิพิธภัณฑ์อุตุนิยมวิทยา จากงบประมาณกรมอุตุนิยมวิทยา รวมกับเงินบริจาคของข้าราชการ ลูกจ้างกรมอุตุนิยมวิทยา บริษัท ห้างร้าน และประชาชน รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 517,534.50 บาท (ห้าแสนหนึ่งหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยสามสิบสี่บาทห้าสิบสตางค์)

          ต่อมาเมื่อวันที่ 19 และ 27 ธันวาคม พ.ศ.2532 คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้กรมอุตุนิยมวิทยาย้ายที่ทำการ อุปกรณ์ทางเทคนิคและบ้านพักออกจากที่ราชพัสดุไปสร้างใหม่ที่บางนา ซึ่งมีส่วนราชการกรมอุตุนิยมวิทยาบางนาอยู่เดิมแล้ว ตามที่กระทรวงการคลังเป็นผู้เสนอ สำหรับที่ดินที่เป็นที่ตั้งกรมอุตุนิยมวิทยา ถนนสุขุมวิททั้งแปลงให้กระทรวงการคลัง (กรมธนารักษ์) รับไปดำเนินการสร้างสวนสาธารณะ เพื่อทูลเกล้าถวายในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีพระชนมายุ 60 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2535 ซึ่งเป็นผลให้ต้องย้ายอาคารพิพิธภัณฑ์อุตุนิยมวิทยาจากที่ทำการเดิม มาจัดตั้ง ณ ที่ทำการใหม่ด้วย โดยใช้อาคารที่ทำการของส่วนราชการกรมอุตุนิยมวิทยาบางนาที่มีอยู่เดิม เป็นอาคาร 2 ชั้น โดยใช้ชั้นที่ 1 จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์อุตุนิยมวิทยา ซึ่งเนื้อหาและสิ่งจัดแสดงจะเป็นไปในรูปแบบของการทำอุปกรณ์และเครื่องมืออุตุนิยมวิทยาที่เคยใช้ในอดีตที่ในปัจจุบันเลิกใช้ไปแล้วนำมาจัดแสดง รวมถึงการนำเอกสารและตำราวิชาการในสมัยก่อน ตลอดจนภาพถ่ายเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับอุตุนิยมวิทยาในอดีตมาจัดแสดงด้วย

          การเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์อุตุนิยมวิทยาในขณะนั้น ส่วนมากจะเปิดให้เข้าชมเฉพาะเวลาที่มีคณะบุคคลเข้าศึกษาดูงานหรือเยี่ยมชมกิจการ เนื่องจากไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลประจำพิพิธภัณฑ์และข้อจำกัดด้านอาคารสถานที่ โดยเน้นการใช้วัตถุมาจัดแสดงพร้อมคำอธิบายไว้เป็นส่วนๆ ทำให้ผู้ชมไม่สามารถประมวลผลองค์ความรู้และความเข้าใจในภาพรวมได้ นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของสภาพอาคาร พื้นที่และองค์ประกอบการใช้สอยไม่เอื้อต่อการจัดแสดงตามหลักการใช้สอยทางด้านพิพิธภัณฑ์รวมถึงไม่มีพื้นที่จัดกิจกรรมอื่นๆ ได้ กรมอุตุนิยมวิทยาจึงได้จัดทำโครงการเพื่อปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ขึ้นมาใหม่ ชื่อว่า “โครงการพิพิธภัณฑ์แห่งการเรียนรู้อุตุนิยมวิทยา” เมื่อปี พ.ศ.2549 ดำเนินการแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2550โดยใช้พื้นที่จากเดิมที่จัดแสดงเฉพะชั้น 1 เป็นจัดแสดงทั้งหมด 2 ชั้น และปรับปรุงต่อเติมภายนอกอาคาร เพื่อเตรียมจัดทำเป็นโรงฉายภาพยนตร์ด้วย แต่เนื่องจากงบประมาณไม่เพียงพอดำเนินการให้เสร็จสมบูรณ์ทั้งหมด จึงไม่ได้ดำเนินการต่อในส่วนของโรงภาพยนตร์ แต่เปิดให้บริการเฉพาะส่วนจัดแสดงในอาคารทั้ง 2 ชั้น ตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 เป็นต้นมา โดยใช้ชื่อว่า “พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้อุตุนิยมวิทยา” 

          ในปัจจุบันผลกระทบจากภัยธรรมชาติ มีความรุนแรงคืน กอร์ปกับสภาพแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศมีความเปลี่ยนแปลง ทำให้สังคมหันมาให้ความสนใจเรื่องของอุตุนิยมวิทยามากขึ้น ข้อมูลและองค์ความรู้ด้านอุตุนิยมวิทยาเป็นสิ่งที่สามารถนำไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ได้ และเป็นข้อมูลเพื่อการตัดสินใจเพื่อการวางแผนบริหารจัดการน้ำ บริหารจัดการภัยพิบัติ และอื่นๆ ด้วย ดังนั้นความรู้ด้านอุตุนิยมวิทยาจึงมีความสำคัญและมีประโยชน์กับการดำรงชีวิตของประชาชนในทุกสาขาอาชีพ แต่องค์ความรู้อุตุนิยมวิทยาเป็นสิ่งที่ประชาชนทั่วไปเข้าใจยาก ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของกรมอุตุนิยมวิทยาจะต้องสื่อสารประชาสัมพันธ์ข่าวสาร องค์ความรู้ให้สังคมและประชาชนเกิดความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของการรับรู้ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาเพื่อการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและอื่นๆ ด้วยวิธี รูปแบบ และเทคนิคการสื่อสารที่เข้าใจง่าย น่าสนใจ และทั่วถึง

รูปแบบการจัดแสดง

          รูปแบบการจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้อุตุนิยมวิทยา จะเน้นในเรื่องของสาระ ความรู้ เข้าใจง่าย และสนุกสนานเพลิดเพลิน โดยแต่ละห้องการจัดแสดงจะให้ผู้เข้าชม ได้สัมผัสและมีส่วนร่วมในการแสดงนั้นๆ ด้วย อาทิ อุปกรณ์ เครื่องมือการตรวจวัดทางอุตุนิยมวิทยา ชนิดต่างๆ แผ่นดินไหว สภาวะโลกร้อน และการค้นหาคำตอบที่เกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางอุตุนิยมวิทยา และที่เกี่ยวข้องเป็นต้น

          ความหมายของคำว่า “อุตุนิยมวิทยา”

             อุตุ     แปลว่า ฤดู

             นิยม         แปลว่า  กำหนด

             วิทยา  แปลว่า วิชาความรู้

          โดยรวมแล้ว “อุตุนิยมวิทยา” (Meteorology) หมายความว่า วิชาที่กล่าวถึงเรื่องราวของบรรยากาศ รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างบรรยากาศกับพื้นโลก มหาสมุทร และสิ่งมีชีวิตโดยทั่วไป วิชานี้เกี่ยวข้องกับลักษณะทางกายภาพ ทางเคมีและการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศ จุดมุ่งหมายของวิชานี้อยู่ที่การศึกษาให้เข้าใจในเรื่องราวของบรรยากาศ การพยากรณ์อากาศให้เป็นไปโดยสมบูรณ์ถูกต้องและแม่นยำ (ปทานุกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับประชาชน, 2558)

การจัดแสดงนิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้อุตุนิยมวิทยา

          ห้องที่ 1 โลกแห่งอุตุนิยมวิทยา

          เป็นเรื่องของวิวัฒนาการความรู้อุตุนิยมวิทยาว่ามีที่มาอย่างไรจนได้เป็นศาสตร์สาขาหนึ่งและก่อตัวเป็นองค์กรระหว่างประเทศ ในห้องนี้ได้นำเสนอแนวคิด “การเดินทางความรู้อุตุนิยมวิทยา” เมื่อต้องผจญกับความกลัว ความเดือดร้อนจากปรากฏการณ์ธรรมชาติเป็นเวลานาน มนุษย์จึงเริ่มสังเกตเหตุการณ์จากธรรมชาติทั้งดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว จากพืช และพฤติกรรมของสัตว์ มาใช้เป็นลางบอกเหตุ และหันมาศึกษาธรรมชาติ อย่างจริงจัง ทั้งด้าววิทยาศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ทำให้มนุษย์ค้นพบสิ่งใหม่ที่ก่อให้เกิดจุดเปลี่ยนของแนวความเชื่อเดิมๆ เรื่อยมาจนถึงยุควิทยาศาสตร์ ที่สามารถบอกปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล เปลี่ยนแปลงความกลัวเป็นองค์ความรู้ และสามารถนำปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างๆ มาใช้ประโยชน์ หรือ ป้องกันตัวเองจากอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างๆได้

1.  ปี พ.ศ. 160-222 (350 ปี ก่อนคริสตศักราช) อริสโตเติล อธิบาย ปรากฏการณ์บนท้องฟ้าด้วยฟิสิกส์พื้นฐาน ความร้อนแห้งเคลื่อนที่ในอากาศ ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนอง ฟ้าแลบ และลม ส่วนความเย็นชื้น ทำให้เกิดเมฆฝน หิมะ ลูกเห็บ และเมฆ

2.  ปี พ.ศ. 1955-2062 ลิโอนาโด ดาวินชี สังเกตความเคลื่อนที่ของกระแสลมสองกระแสที่ตรงข้ามกันว่า ทำให้เกิดจากการรวมตัวกันของก้อนเมฆ

3.  ปี พ.ศ. 2017-2185 กาลิเลโอ ประดิษฐ์ เครื่องวัดอุณหภูมิที่เรียกว่า “ปรอท” ให้สำรวจอุณหภูมิมนุษย์และสภาพอากาศ

4.  ปี พ.ศ. 2295 เบนจามินแฟรงคลีน คิดค้นสายล่อฟ้าจุดเริ่มต้นของการใช้แนวความคิดทางวิทยาศาสตร์ ในการป้องกันภัยธรรมชาติ และได้ชื่อว่าเป็นเทพเจ้ากรีกองค์ใหม่ ที่สามารถขโมยไฟจากสวรรค์มาใช้

5.  ปี พ.ศ. 2482-2488 สงครามโลกครั้งที่ 2 ชาว “อังกฤษ” ประดิษฐ์ เรดาร์ตรวจสภาพบรรยากาศ สหรัฐอเมริกา พัฒนาเรดาร์เพื่อใช้ในการศึกษาลักษณะและทิศทางการเคลื่อนที่ของพายุเฮอริเคน

6.  ปี พ.ศ. 2488 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทุ่นลอย ถูกประดิษฐ์ขึ้นเพื่อเก็บข้อมูลในพื้นที่ห่างไกล เช่น มหาสมุทรและส่งโดยอัตโนมัติ ถือเป็นการเติมเกร็ดความรู้ในด้านอุตุนิยมวิทยาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

7.  ปี พ.ศ. 2503 1 เมษายน 2503 การศึกษาด้านอุตุนิยมวิทยาก้าวไกลอย่างมหาศาลเมื่อสหรัฐอเมริกาปล่อยดาวเทียมสำรวจอากาศดวงแรก ชื่อ ไทรอส(TIROS ย่อมาจาก Television Infared Observation Satellite) ขึ้นสู่อวกาศโดยมีเครื่องมือเทคโนโลยีตรวจอากาศเต็มรูปแบบ

ห้องที่ 2 บ้านนักพยากรณ์

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร กับพระปรีชาสามารถด้านอุตุนิยมวิทยา “น่าจะมีลู่ทางที่จะคิดค้นหาเทคนิคหรือวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ด้านการดัดแปลงสภาพอากาศ มาช่วยให้เกิดการก่อ และรวมตัวของเมฆให้เกิดฝน”

พระราชดำริ พ.ศ. 2499 เป็นที่ประจักษ์ชัดต่อปวงชนชาวไทยว่า องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสอดส่องความเป็นอยู่ของประชาชนทุกหย่อมหญ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ ที่อาจมีผลกระทบอย่างรุนแรงและกว้างขวาง พระองค์ทรงมีพระอัจฉริยภาพในการประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ โดยทรงวิเคราะห์ข้อมูลอุตุนิยมวิทยา ข้อมูลเรดาร์ ดาวเทียมและคำพยากรณ์อากาศทั้งของประเทศไทยและต่างประเทศ ประกอบเข้ากับสภาพภูมิศาสตร์ในแต่ละท้องถิ่น ทรงเป็น เอตทัคคะ(ผู้ที่ยอดเยี่ยมในทางใดทางหนึ่งเป็นพิเศษ) ทรงเมตตา แนะนำวิธีการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ ถึงแม้ต้องลงทุนบ้าง แต่ก็คุ้มเมื่อเทียบกับผลที่ช่วยลดความสูญเสียมหาศาลที่อาจเกิดขึ้นนับเป็นอเนกอนันตคุณต่อกรมอุติยมวิทยา หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและสังคมทุกหมู่เหล่า

 

นายพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ 
ผู้ให้กำเนิดอุตุนิยมวิทยาไทย พ.ศ.2449


เริ่มดำเนินงาน

ในกรมทดน้ำ กระทรวงเกษตราธิการ เมื่อ พ.ศ. 2466 และต่อมาปลายปีได้จัดตั้ง เป็นแผนกอุตุนิยมศาสตร์ และสถิติกองรักษาน้ำ กรมทดน้ำ (ปัจจุบันคือกรมชลประทาน)

ห้องที่ 3 แผ่นดินและผืนน้ำ 

“แผ่นดินไหวในประเทศไทย”

 

รอยเลื่อน คือ รอยแตกที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง หรือ เคลื่อนตัวของเปลือกโลก ทำให้เกิดรอยแตกร้าวบนผิวดินซึ่งการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกแต่ละครั้ง เป็นสาเหตุของ “แผ่นดินไหว” เชื่อไหมว่า มนุษย์ตัวเล็กๆ อย่างเราทำให้เกิดแผ่นดินไหวได้ การสร้างเขื่อนใกล้กับบริเวณรอยเลื่อน การขุดเจาะภูเขา การทำเหมืองแร่ การระเบิดต่างๆ การทำงานของเครื่องจักร และการจราจร สิ่งเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่มนุษย์กำลังเขย่าพื้นโลกส่งผลทำให้เกิด ภัยพิบัติ กระทบกับชีวิตมนุษย์เองโดยตรง

สึนามิ คือ คลื่นในทะเล คลื่นยักษ์ที่เกิดจากการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงในน้ำ อาจมีสาเหตุมาจาก แผ่นดินไหวใต้ทะเล ผิวโลกใต้ทะเลทรุดตัว อุกกาบาตขนาดใหญ่ตกใส่ทะเล หรือการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ใต้ทะเล พลังงานมหาศาลจากสาเหตุเหล่านี้ จะถูกถ่ายเทไปยังน้ำทะเล ทำให้เกิดการเคลื่อนตัวของคลื่นสึนามิ ความเร็วของคลื่นสึนามิจะสัมพันธ์กับความลึก คือระดับน้ำยิ่งลึกมาก คลื่นยิ่งเคลื่อนที่เร็วมาก อาจมีความเร็วมากถึง 950 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความสูงของคลื่นจะไม่มากแต่เมื่อคลื่นเข้าใกล้ชายฝั่งจะลดความเร็วลง ความสูงของคลื่นจะสูงขึ้นหลายเมตร สามารถสร้างความเสียหายบริเวณตามแนวชายทะเล ได้แก่บ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง ทรัพย์สิน เป็นต้น

ห้องที่ 4 ไขปริศนาแห่งท้องฟ้า

ชั้นบรรยากาศ

“บรรยากาศ” เราขาดกันไม่ได้ อากาศจากพื้นดินจนสูงขึ้นไปในท้องฟ้า เรียกว่า “บรรยากาศ” ถึงแม้เราจะมองไม่เห็นแต่บรรยากาศกลับมีความสำคัญกับมนุษย์และสิ่งมีชีวิต บนโลกมากมาย จนเราอาจคาดไม่ถึง

ฤดูกาล ความแตกต่างจาก 23.5 องศา”

เพียง 23.5 องศาของแกนโลก ที่เอียงทำมุมกับเส้นตั้งฉากกับ แนวระนาบของการโคจรรอบดวงอาทิตย์ใน 1 ปี ทำให้ทุกพื้นที่ของโลกได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่แตกต่างกัน เราเรียกความต่างนี้ว่า “ฤดูกาล”

ห้องที่ 5 ส่วนผสมของสภาพอากาศ

อากาศมีน้ำหนัก

  น้ำหนักของอากาศ ก็คือความกดอากาศหรือเป็นแรงกดของอากาศทั้งหมดที่อยู่เหนือระดับผิวโลก โดยกดทับในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ความกดอากาศในแต่ละพื้นที่จะมีค่าเปลี่ยนแปลงตามเวลา ความหนาแน่นของโมเลกุลในอากาศ ซึ่งความกดอากาศจะลดลง เมื่ออยู่ในระดับความสูงที่มากขึ้น จำง่ายๆคือ “ยิ่งสูงความกดอากาศยิ่งต่ำ” นั่นเอง

เมฆ คือละอองน้ำ หรือเกล็ดน้ำแข็งเล็กๆ จำนวนหลายล้านหยดที่รวมตัวกัน เป็นกลุ่มลอยตัวอยู่ในชั้นบรรยากาศซึ่งเราสามารถมองเห็นกลุ่มละอองน้ำเหล่านั้นด้วยตาเปล่า

แล้วเมฆเหล่านั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร

เพราะไอน้ำในอากาศ ลอยสูงขึ้นไปกระทบกับความเย็น บนชั้นบรรยากาศจนเกิดการกลั่นตัวโดยไอน้ำจะกลั่นตัวที่ผิวอนุภาคเล็กๆ ของฝุ่นละออง ,ควัน หรือ อนุภาคเกลือ เกิดเป็นหยดน้ำเล็กๆ ที่เรียกว่าละอองน้ำ (หรือเกล็ดน้ำแข็งเล็กๆ) จำนวนมากมาย เมื่อละอองน้ำหลายล้านหยดรวมตัวกันจะเกิดเป็นก้อนกลุ่มละอองน้ำ ที่เราเรียกว่าเมฆ นั่นเอง

ห้องที่ 6 ห้องปฏิบัติการของนักอุตุนิยมวิทยา

 

การตรวจอากาศ และการสื่อสารข้อมูลอุตุนิยมวิทยา

ประเทศไทยมีศูนย์ตรวจสอบสภาพอากาศในรัศมีทุกๆ 150 กิโลเมตร ซึ่งศูนย์เหล่านี้ต้องส่งข้อมูลหลักๆ ทุก 6 ชั่วโมงเพื่อใช้ในการวิเคราะห์สภาพอากาศ แต่ข้อมูลตรวจอากาศภายในประเทศอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะใช้ในการพยากรณ์อากาศของประเทศไทย จึงต้องอาศัยการสื่อสารข้อมูลผลการตรวจอากาศจากต่างประเทศมาประกอบการพยากรณ์อากาศด้วย

สารประกอบทางอุตุนิยมวิทยา คือ ข้อมูลที่ต้องการตรวจวัดเพื่อการพยากรณ์อากาศ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่มีความสัมพันธ์กับลักษณะอากาศที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ได้แก่ ความกดอากาศ ลม อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ เมฆ หยาดน้ำฟ้า รังสีดวงอาทิตย์ การระเหยของน้ำ ทัศนะวิสัย

พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้อุตุนิยมวิทยา เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ ยกเว้น เสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์

สอบถามรายละเอียด หรือติดต่อเข้าชมได้ที่ กลุ่มประชาสัมพันธ์ ชั้น 1 อาคาร 50 ปี อุตุนิยมวิทยา

4353 ถนนสุขุมวิท บางนา กรุงเทพมหานคร เบอร์ 02 366 9301 ต่อ 6100 – 6102

          การเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง สาย 2 23 25 102 129 142 365 511 536 1141

          การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ลงสถานี บางนา    

บริหารจัดการ

หน่วยงานราชการ

ประเภทพิพิธภัณฑ์

เกษตร, วิทยาศาสตร์, การแพทย์, เทคโนโลยี, ชีวิตและธรรมชาติ

วัตถุจัดแสดงที่มีความสำคัญ / สิ่งที่น่าสนใจ

ภายในจัดแสดงความรู้ด้านอุตุนิยมวิทยาและภัยธรรมชาติ โดยการนำเสนอผ่านเทคโนโลยีทันสมัย สนุกและเข้าใจง่าย

แผนที่

พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้อุตุนิยมวิทยา

ที่อยู่และเบอร์ติดต่อ

4353 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร
Telephone : 0 2399 4568-74 ต่อ 6101, 6102, 6103
Email : tmdpr@hotmail.com

วันและเวลาทำการ

 09.00 น. - 16.00 น.

ค่าเข้าชม

ฟรี

การเดินทาง

พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้อุตุนิยมวิทยา

ตั้งอยู่ภายในบริเวณกรมอุตุนิยมวิทยา ติดกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีบางนา 

เนื้อหาสำหรับประชาชนทั่วไป

เหมาะสม
ไม่เหมาะสม

เนื้อหาสำหรับเด็ก

เหมาะสม
ไม่เหมาะสม

รับบัตรเครดิต

รับ
ไม่รับ

2

แบ่งปัน
No hotel available in this area
No restaurants available in this area
No knowledge available in this area

สถานที่ใกล้เคียง

สถานที่ใกล้เคียงในระยะ 20 กิโลเมตร
เพิ่มสถานที่ใกล้เคียง
No hotel available in this area
No restaurants available in this area
No knowledge available in this area